วันที่ 18 กันยายน 2569 มีรายงานจากการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บอร์ด สปสช. ประจำเดือนกันยายน 2569 ซึ่งมี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานบอร์ด สปสช. เป็นประธานการประชุม โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์การดำเนินงานและการบริหารจัดการกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ 2570 ทั้งในส่วนของรายการงบเหมาจ่ายและงบนอกเหมาจ่าย กรณีร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ผ่านความเห็นชอบโดยไม่มีการแก้ไข
สำหรับปีงบประมาณ 2570 สปสช. ได้เพิ่มสิทธิประโยชน์ใหม่ทั้งหมด 11 รายการ ใช้วงเงินงบประมาณรวม 1,348.97 ล้านบาท โดยเรียงตามวงเงินงบประมาณจากมากไปหาน้อย ดังนี้
1. บริการแพทย์ขั้นสูงและนวัตกรรมไทย อาทิ การวางแร่ที่ตา การรักษาด้วยรังสีโปรตรอน การดำเนินงานศูนย์ยาต้านพิษเพื่อดูแลผู้ป่วยที่ได้รับสารเคมีรุนแรง การนำเครื่องฉายรังสี ศูนย์ยาต้านพิษ MR Linac และเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติ หรือ 3D printing มาใช้ วงเงินรวม 624.12 ล้านบาท
2. การนำนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ต่าง ๆ หรือ AI มาใช้ วงเงินรวม 300 ล้านบาท
3. บริการจัดสรรวัคซีนป้องกันการติดเชื้อนิวโมค็อกคัส ชนิดคอนจูเกต หรือ Pneumococcus Conjugated Vaccine; PCV สำหรับเด็กเล็กอายุ 2 เดือน 4 เดือน และ 12 เดือน ตั้งเป้าหมายไว้ 379,700 คน ภายใต้งบประมาณ 170.86 ล้านบาท
4. การขยายกลุ่มเป้าหมายและเพิ่มจำนวนกลุ่มเป้าหมายเชิงรุกในการจัดการวัณโรคในชุมชน จำนวน 237,100 คน ใช้งบประมาณ 95.98 ล้านบาท
5. หัตถการใส่ลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านสายสวน หรือ TAVI กำหนดเป้าหมาย 300 ราย ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 87 ล้านบาท
6. การใช้เครื่องช่วยการเต้นของหัวใจถาวรแบบไร้สาย สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจเต้นผิดปกติชนิดหัวใจเต้นช้า ตั้งเป้าหมาย 231 ชิ้น ใช้งบประมาณ 46.2 ล้านบาท
7. การปลูกถ่ายตับในกรณีตับวายเฉียบพลัน กำหนดเป้าหมาย 10 ราย วงเงิน 8.83 ล้านบาท
8. ชุดประสาทหูเทียมชนิดฝังก้านสมอง ตั้งเป้าหมาย 10 ราย ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณ 7 ล้านบาท
9. การเพิ่มขอบเขตการให้ยาวัณโรคระยะแฝงเป็นสิทธิประโยชน์ด้านการส่งเสริมป้องกันโรคสำหรับคนไทยทุกคน กำหนดเป้าหมาย 3,040 คน ใช้กรอบงบประมาณ 4.56 ล้านบาท
10. การปลูกถ่ายปอดและหัวใจ กำหนดเป้าหมายจำนวน 6 ราย วงเงิน 3.6 ล้านบาท
11. ค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขสำหรับบุคคลในครอบครัวของข้าราชการทหารที่เสียชีวิตจากสถานการณ์การปะทะกันตามแนวชายแดนไทยและกัมพูชา กำหนดเป้าหมาย 40 คน ภายใต้กรอบงบประมาณ 819,000 บาท