หลังจากกระทรวงการคลังประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 พบว่ามีประชาชนจำนวนหนึ่งไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากระบบตรวจสอบพบว่ามีชื่อเป็นผู้ครอบครองรถยนต์ ทั้งที่รถคันดังกล่าวชำรุด สูญหาย ถูกขายเป็นเศษเหล็ก หรือไม่ได้อยู่ในความครอบครองมานานแล้ว
กรณีดังกล่าวกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ หลังเพจ Facebook "อนุวัต จัดให้" เผยแพร่ประสบการณ์ของผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งระบุว่า เมื่อติดต่อสำนักงานขนส่งเพื่อขอแก้ไขข้อมูล กลับได้รับคำชี้แจงว่าไม่สามารถลบข้อมูลรถออกจากระบบได้ทันที และยังพบว่ามีภาษีรถค้างชำระ แม้ว่ารถจะไม่สามารถใช้งานได้แล้วก็ตาม
ทำไมรถไม่มีแล้ว แต่ชื่อยังอยู่ในระบบ?
หลายคนเข้าใจว่าเมื่อรถพัง ถูกขายเป็นอะไหล่ หรือขายเป็นเศษเหล็กแล้ว ข้อมูลจะถูกลบออกจากระบบโดยอัตโนมัติ แต่ในความเป็นจริง กรรมสิทธิ์และสถานะทางทะเบียนจะยังคงอยู่ หากเจ้าของรถไม่ได้ดำเนินการแจ้งเปลี่ยนแปลงกับกรมการขนส่งทางบก
เช่นเดียวกับกรณีขายรถแบบโอนลอย หากผู้ซื้อไม่นำรถไปโอนทะเบียนให้เรียบร้อย ชื่อของผู้ขายเดิมก็ยังคงปรากฏเป็นเจ้าของรถในฐานข้อมูลของทางราชการ
เมื่อโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตรวจสอบคุณสมบัติผ่านข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ ระบบจึงอ้างอิงข้อมูลทะเบียนรถเป็นหลัก ไม่ได้พิจารณาจากสภาพของรถว่าปัจจุบันยังใช้งานได้หรือไม่
ทำไมรถที่กลายเป็นซาก ยังถูกมองว่าเป็นรถของเจ้าของ?
แม้รถจะผุพัง ใช้งานไม่ได้ หรือถูกถอดขายเป็นชิ้นส่วน หากยังไม่มีการแจ้งระงับการใช้รถหรือดำเนินการตามขั้นตอนของกรมการขนส่งทางบก รถคันดังกล่าวก็ยังถือว่ามีเจ้าของตามกฎหมาย
กรณีที่ไม่ชำระภาษีรถประจำปีติดต่อกัน 3 ปี ทะเบียนอาจถูกระงับ แต่ข้อมูลรถและผู้ครอบครองยังคงอยู่ในระบบ จึงอาจถูกนำมาใช้ประกอบการตรวจสอบคุณสมบัติของโครงการภาครัฐได้
ไม่ผ่านสิทธิเพราะมีรถ ควรทำอย่างไร?
กระทรวงการคลังแนะนำให้ผู้ที่เห็นว่าผลการตรวจสอบไม่ตรงกับข้อเท็จจริง รีบยื่นทบทวนสิทธิภายในระยะเวลาที่กำหนด พร้อมจัดเตรียมหลักฐานที่แสดงว่ารถไม่ได้อยู่ในความครอบครอง หรือไม่สามารถใช้งานได้แล้ว
หากสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงและมีเอกสารประกอบเพียงพอ ข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในการพิจารณาทบทวนสิทธิ และอาจได้รับสิทธิกลับคืนตามหลักเกณฑ์ของโครงการ
ขั้นตอนที่ควรดำเนินการ
ยื่นทบทวนสิทธิทันที ไม่ควรรอให้แก้ไขข้อมูลรถเสร็จก่อน เพื่อไม่ให้พ้นกำหนดเวลา
ตรวจสอบว่ารถคันใดเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่ผ่านเกณฑ์ แล้วนำข้อมูลไปสอบถามสำนักงานขนส่ง
รวบรวมหลักฐาน เช่น สัญญาซื้อขาย ใบรับซื้อซากรถ เอกสารโอน ภาพถ่ายซากรถ หรือใบแจ้งความ
ติดต่อสำนักงานขนส่งเพื่อสอบถามแนวทางแก้ไขสถานะรถตามข้อเท็จจริง ซึ่งแต่ละกรณีอาจใช้เอกสารแตกต่างกัน
เก็บหลักฐานการติดต่อทุกครั้ง เช่น ใบคำร้อง เลขรับเรื่อง หรือหนังสือรับรองจากเจ้าหน้าที่ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา
ยื่นทบทวนสิทธิได้ถึงวันไหน?
ผู้ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติสามารถยื่นทบทวนสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 17-31 กรกฎาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์โครงการ แอปพลิเคชัน ทางรัฐ, แอป เป๋าตัง หรือหน่วยรับลงทะเบียนของธนาคารที่เข้าร่วมโครงการ
ส่วนการส่งเอกสารเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อมูล สามารถดำเนินการได้ถึงวันที่ 16 สิงหาคม 2569 และมีกำหนดประกาศผลการทบทวนสิทธิในวันที่ 14 กันยายน 2569
สำหรับผู้ที่ผ่านการตรวจสอบตั้งแต่รอบแรก จะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ขณะที่ผู้ผ่านการทบทวนสิทธิ จะเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569
ควรเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?
แม้เอกสารที่ใช้จะแตกต่างกันตามแต่ละกรณี แต่ควรเตรียมหลักฐานให้ครบถ้วน เช่น
สำเนาบัตรประชาชน
สำเนาคู่มือจดทะเบียนรถ (หากยังมี)
สัญญาซื้อขายหรือเอกสารโอนรถ
ใบรับซื้อซากหรือหลักฐานการขายเป็นเศษเหล็ก
รูปถ่ายรถหรือซากรถ ใบแจ้งความ กรณีรถสูญหายหรือไม่สามารถติดตามผู้ซื้อได้
หนังสือรับรองจากสำนักงานขนส่ง
หลักฐานการติดต่อกับผู้ซื้อหรือผู้รับซื้อซาก
แม้เอกสารเหล่านี้จะไม่ได้รับประกันว่าจะผ่านการทบทวนโดยอัตโนมัติ แต่จะช่วยให้คณะผู้พิจารณามีข้อมูลประกอบการตัดสินใจมากขึ้น
ขนส่งลบข้อมูลรถให้ไม่ได้จริงหรือ?
กรณีที่ถูกเผยแพร่บนโซเชียลเป็นประสบการณ์ของผู้ร้องเรียนรายหนึ่ง จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าสำนักงานขนส่งทุกแห่งปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน
โดยทั่วไป เจ้าหน้าที่ไม่สามารถลบข้อมูลรถออกจากระบบตามคำขอได้ทันที เนื่องจากต้องตรวจสอบกรรมสิทธิ์ เอกสาร และข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนก่อน ผู้ได้รับผลกระทบจึงควรสอบถามขั้นตอนอย่างเป็นทางการ และขอรายการเอกสารที่ต้องใช้จากสำนักงานขนส่งโดยตรง
หากต้องการตรวจสอบยอดภาษีรถที่ค้างชำระ สามารถติดต่อสำนักงานขนส่ง หรือสอบถามผ่านช่องทางของกรมการขนส่งทางบก
อย่ารอแก้เรื่องรถจนพลาดกำหนดยื่นทบทวนสิทธิ
สิ่งสำคัญที่สุดคือ รีบยื่นทบทวนสิทธิภายในเวลาที่กำหนดก่อน แล้วจึงดำเนินการแก้ไขข้อมูลรถและจัดเตรียมเอกสารเพิ่มเติมภายหลัง เพราะการปรับปรุงสถานะทางทะเบียนอาจใช้เวลาพอสมควร
ผู้ที่เคยขายรถแบบโอนลอย ขายซากรถ หรือปล่อยรถทิ้งไว้นาน ควรตรวจสอบสถานะทางทะเบียนของตนเองโดยเร็ว เพราะข้อมูลดังกล่าวไม่ได้ส่งผลเฉพาะการรับสวัสดิการแห่งรัฐเท่านั้น แต่ยังอาจเกี่ยวข้องกับภาษี ใบสั่ง และความรับผิดทางกฎหมาย หากรถยังถูกนำไปใช้งานในชื่อของเจ้าของเดิม