ลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่ ชัดแล้วกำจัดสิทธิเหลือ 9 ล้านคน เช็กหลักเกณฑ์เบื้องต้น
ข่าวเศรษฐกิจ

ลงทะเบียน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่ ชัดแล้วกำจัดสิทธิเหลือ 9 ล้านคน เช็กหลักเกณฑ์เบื้องต้น

โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “บัตรคนจน” ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือโครงข่ายความปลอดภัยทางสังคม (Social Safety Net) ที่สำคัญสำหรับกลุ่มคนผู้มีรายได้น้อยและมีความเปราะบางในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งมักจะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากความผันผวนและการเปลี่ยนแปลงต่างๆ

โดยกลุ่มดังกล่าวมักจะเป็นเป้าหมายแรกที่รัฐบาลต้องเร่งออกมาตรการเข้าไปช่วยเหลือเยียวยาในทุกวิกฤติเศรษฐกิจ โดยในปีงบประมาณ 2569 นี้ ถือเป็นรอบปีสำคัญที่จะต้องมีการทบทวนสถานะของผู้ถือบัตรตามที่กฎหมายกำหนดไว้ในทุก 4 ปี นับจากการเปิดลงทะเบียนครั้งล่าสุดเมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามล่าสุด มีรายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ได้ออกมาเปิดเผยว่า การลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่นี้ จะใช้ข้อได้เปรียบจากการเชื่อมโยงฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Data Lake) ที่มีความสมบูรณ์และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยบูรณาการข้อมูลร่วมกันถึง 20 หน่วยงาน ครอบคลุมฐานข้อมูลประชาชนกว่า 60 ล้านคน และภาคธุรกิจอีกกว่า 6 แสนราย ซึ่งจากความเข้มข้นของการตรวจสอบด้วยฐานข้อมูลชุดใหม่นี้ แหล่งข่าวคาดการณ์ว่า จะส่งผลให้จำนวนผู้ถือบัตรที่ผ่านเกณฑ์ลดลงจากปัจจุบัน 13.4 ล้านคน เหลือเพียง 9 ล้านคนเท่านั้น

สอดคล้องกับก่อนหน้านี้ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ในอีกประมาณ 2-3 เดือนข้างหน้านี้ โดยการลงทะเบียนครั้งนี้ จะมีการนำระบบเดต้าเลคเข้ามาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการตรวจสอบและคัดกรองคุณสมบัติของผู้รับสิทธิ์ เปรียบเสมือนการทำความสะอาดฐานข้อมูล (Cleansing Data) ครั้งใหญ่ของประเทศ เพื่อคัดกรองกลุ่มคนยากจนที่แท้จริงที่รัฐควรให้ความช่วยเหลือ

นายลวรณ กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่นี้ ซึ่งเดิมมีข้อจำกัดในการใช้จ่ายได้เฉพาะในกลุ่มร้านธงฟ้าซึ่งมีอยู่ 1 แสนร้านค้า จะได้รับการปลดล็อกให้สามารถใช้จ่ายผ่านสมาร์ทโฟนได้ ทั้งยังนำวงเงินสวัสดิการดังกล่าวไปใช้จ่ายในร้านค้ารายย่อยระดับ SMEs หรือร้านสตรีทฟู้ดที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งได้ โดยตัวเลขจากโครงการล่าสุดมีจำนวนกว่า 9 แสนร้านค้าทั่วประเทศ จะช่วยกระจายรายได้ลงสู่เศรษฐกิจฐานราก

ส่วนหลักเกณฑ์และคุณสมบัติเบื้องต้นจะยังคงอิงเงื่อนไขเดิม เช่น ผู้ลงทะเบียนต้องมีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี แต่ระบบจะเพิ่มมิติการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกด้านรายจ่ายและทรัพย์สินอย่างรัดกุมยิ่งขึ้น ด้วยฐานข้อมูลภาครัฐที่มีข้อมูลจาก 20 องค์กร อาทิ ข้อมูลรายได้ รายจ่าย ทรัพย์สิน เงินฝาก บัญชีการลงทุนในตลาดหุ้น การหักภาษี ณ ที่จ่ายแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Withholding Tax) ได้ทั้งหมด