เรื่องราวของ ชูชาติ เพ็ชรอำไพ และ ดาวนภา เพ็ชรอำไพ สองสามีภรรยาผู้บุกเบิกอาณาจักรไมโครไฟแนนซ์อันดับ 1 ของไทย นับเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการสร้างธุรกิจจากศูนย์ สู่บริษัทระดับแสนล้านที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของครอบครัว
จาก รักในแบงก์ สู่การสร้างตัว
จุดเริ่มต้นของ ชูชาติ ชายหนุ่มจากจังหวัดสุโขทัย ผู้สำเร็จการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ MBA จากมหาวิทยาลัยนเรศวร เริ่มต้นที่ ธนาคารกสิกรไทย สาขาเมืองสุโขทัย ซึ่งที่นั่นเองเขาได้พบกับ ดาวนภา ก่อนที่ทั้งคู่จะตัดสินใจลาออกในปี 2535 เพื่อออกมาสร้างธุรกิจของตัวเอง
พลิกโฉมธุรกิจ สู่ผู้นำไมโครไฟแนนซ์
ธุรกิจเริ่มต้นภายใต้ชื่อ บริษัท ดี.เอส. ลิสซิ่ง จำกัด มุ่งเน้นการให้บริการเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ก่อนจะเติบโตอย่างรวดเร็วและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ปี 2557 เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในนาม MTLS
ปี 2561 รีแบรนด์เป็น บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (MTC)
ปี 2568 ก้าวขึ้นเป็นผู้นำธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ของไทย ด้วยสินทรัพย์รวมกว่า 192,000 ล้านบาท
ส่งต่อสู่รุ่นลูก ขับเคลื่อนองค์กรยุคใหม่
ความสำเร็จไม่ได้หยุดอยู่ที่รุ่นผู้ก่อตั้ง ปัจจุบันธุรกิจถูกส่งต่อให้กับทายาทรุ่นที่ 2 อย่างเต็มตัว ได้แก่
ศึกษิต เพ็ชรอำไพ บุตรชายคนโต รับบทด้านยุทธศาสตร์และธรรมาภิบาลองค์กร
ปริทัศน์ เพ็ชรอำไพ บุตรชายคนเล็ก ดำรงตำแหน่ง CEO และประธานกรรมการบริหาร ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568
ความมั่งคั่งระดับประเทศ
ทั้งคู่เคยได้รับการจัดอันดับจาก Forbes Thailand ให้เป็นมหาเศรษฐีอันดับ 14 ของไทย ด้วยทรัพย์สินราว 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 58,400 ล้านบาท
ข้อมูลจากฐานข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า ชูชาติ เพ็ชรอำไพ เคยดำรงตำแหน่งกรรมการใน 2 บริษัท และถือหุ้นรวม 7 รายการ มูลค่ากว่า 1,345 ล้านบาท โดยมีบริษัทสำคัญ โดยมีรายละเอียดดังนี้
บริษัท ดี.เอส.สแควร์ แฟคตอริ่ง จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2534 พบ นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ เป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริษัท ดำเนินธุรกิจโอน รับโอนสิทธิเรียกร้องที่เกิดจากการจำหน่ายสินค้า การให้บริการ การกู้ยืมเงิน ให้เช่าซื้อสังหาริมทรัพย์ ทุนจดทะเบียน 2,000,000 บาท ปัจจุบันมีสถานภาพกิจการเป็น เสร็จการชำระบัญชี เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2543
บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2535 พบ นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ เป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริษัท และถือหุ้นจำนวน 7,925,000 หุ้น (50.32%) มูลค่าหุ้น : 971,646,951 บาท ดำเนินธุรกิจการให้สินเชื่ออื่นๆซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่น ทุนจดทะเบียน 1,575,000,000 บาท ปัจจุบันมีสถานภาพกิจการ แปรสภาพเป็น เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) โดยที่ผ่านมามีผลประกอบการย้อนหลังดังนี้
ปี 2554 รายได้ 656,796,488.63 บาท กำไร 106,402,973.88 บาท
ปี 2555 รายได้ 1,241,812,055.00 บาท กำไร 283,592,595.00 บาท
ปี 2556 รายได้ 1,543,416,997.00 บาท กำไร 349,681,292.00 บาท
ปี 2556 สินทรัพย์รวม 6,012,823,832.00 บาท รวมหนี้สิน 4,081,887,919.00 บาท
นอกจากนี้ ยังพบรายชื่อ นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ถือหุ้นบริษัทต่างๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้
บริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจลงทุนในหลักทรัพย์ พบ นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ถือหุ้นจำนวน 247,807,776 หุ้น (2.32%) มูลค่าหุ้น : 283,649,387 บาท
บริษัท ราชบุรี-อีอีพี รีนิวเอเบิ้ล เอนเนอจี้ จำกัด ดำเนินธุรกิจการก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภคเกี่ยวกับสายส่งไฟฟ้ากำลังและสายสัญญาณสื่อสาร พบ นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ถือหุ้นจำนวน 16,500,000 หุ้น (16.50%) มูลค่าหุ้น : 83,596,775 บาท
บริษัท เจ.อาร์.ดับเบิ้ลยู.ยูทิลิตี้ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจรับเหมาติดตั้งอุปกรณ์โทรคมนาคมและอื่นๆ พบ นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ถือหุ้นจำนวน 3,000,000 (0.39%) มูลค่าหุ้น : 6,698,413 บาท
บริษัท เมืองไทยลิสซิ่ง อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด ดำเนินธุรกิจกิจกรรมของตัวแทนและนายหน้าประกันวินาศภัย พบ นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ถือหุ้นจำนวน 1 หุ้น (0%) มูลค่าหุ้น : 0 บาท
บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง จำกัด ดำเนินธุรกิจสัญญาเช่าทางการเงินสำหรับยานยนต์ พบ นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ถือหุ้นจำนวน 1 หุ้น (0%) มูลค่าหุ้น : 0 บาท
บริษัท เมืองไทย เพย์ เลเทอร์ จำกัด ดำเนินธุรกิจการให้สินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภค พบ นายชูชาติ เพ็ชรอำไพ ถือหุ้นจำนวน 1 (0%) มูลค่าหุ้น : 0 บาท