วิกฤต! สื่อนอกวิเคราะห์ สถานการณ์น้ำมันประเทศไทย
ข่าวเศรษฐกิจ

วิกฤต! สื่อนอกวิเคราะห์ สถานการณ์น้ำมันประเทศไทย

เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 South China Morning Post รายงานถึงวิกฤตพลังงานที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยว่า ตั้งแต่การลักลอบขนถ่ายน้ำมันกลางทะเลโดยขบวนการเถื่อน การกักตุน ไปจนถึงการซุกซ่อนสำรองน้ำมันไว้ใต้ดิน การแสวงหากำไรจากวิกฤตน้ำมันในประเทศไทย กำลังยิ่งทำให้ปัญหาการขาดแคลนอุปทานที่เลวร้ายลง ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเตือนว่า สถานการณ์มีแนวโน้มจะแย่ลงไปอีก เนื่องจากประเทศไทยพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเป็นหลัก

รายงานระบุว่า ราคาน้ำมันดีเซลหน้าปั๊มในไทย ได้แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทะลุ 50 บาทต่อลิตร ขณะที่ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวถึงเรื่องน้ำมันที่หายไปว่า มีน้ำมันได้หายไปอย่างแน่นอน แต่ยังเร็วเกินไปที่จะระบุว่า เป็นปริมาณ 57 หรือ 58 ล้านลิตร

ทั้งนี้ ปริมาณน้ำมันที่หายไปนั้น ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ถือเป็นปริมาณที่เทียบเท่ากับการใช้งานปกติของทั้งประเทศ เกือบ 2 วัน ซึ่งชี้ให้เห็นถึงอาชญากรรมร้ายแรงในช่วงภาวะฉุกเฉินระดับชาติ อันเกิดจากสงครามที่สหรัฐและอิสราเอล ปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน จนส่งผลให้มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญไปยังภูมิภาคเอเชีย

โดยนับตั้งแต่เกิดวิกฤตขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ นายอนุทิน ได้พยายามย้ำว่า ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอประมาณ 3 เดือน เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ในอีกไม่กี่วันหลังจากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ก็เริ่มมีรายงานในไทยว่า ปั๊มน้ำมันหลายแห่งเริ่มขาดแคลนน้ำมัน หรือมีการจำกัดการขาย ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับน้ำมันที่หายไป ทั้งที่ประเทศไทยดูเหมือนจะมีน้ำมันสำรองเกินพอ

ในตอนนี้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี กำลังกลายเป็นศูนย์กลางของการสืบสวนคดีการกักตุนน้ำมัน ซึ่งตำรวจได้ตรวจสอบห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด ตั้งแต่คลังน้ำมัน ไปจนถึงปั๊มน้ำมัน เพื่อหาจุดที่เกิดการรั่วไหลของน้ำมัน โดยข้อมูลการเคลื่อนที่ของเรือ บ่งชี้ว่า น้ำมันอาจถูกนำออกไปกลางทะเล แล้วลำเลียงกลับขึ้นฝั่ง เพื่อขายทำกำไร ในช่วงที่ราคาพุ่งสูงในเวลาต่อมา ซึ่งเป็นการบิดเบือนราคาตลาดและทำให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันขึ้น

พลเรือเอก ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ กล่าวในการแถลงว่า รูปแบบการเคลื่อนที่ของเรือที่ผิดปกติ อาจบ่งชี้ถึงการถ่ายโอนน้ำมันกลางทะเล และว่า เรือบางลำ เคลื่อนที่ช้ากว่าปกติ เป็นการตั้งใจยืดเวลาในการเดินเรือ หรือหยุดรอ ซึ่งอาจจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งของการพยายามกักตุนน้ำมัน

ทั้งนี้ เรื่องอื้อฉาวนี้ ถูกตรวจพบประมาณ 4 สัปดาห์ หลังเกิดสงครามอิหร่าน ที่ทำให้ราคาน้ำมันดีเซลในไทย พุ่งขึ้น 66 เปอร์เซ็นต์ คือจากประมาณ 30 บาท ไปอยู่ที่ 50 บาทต่อลิตร เฉพาะการขึ้นราคา 5 บาท ระหว่างวันที่ 2 เมษายน จนถึงวันที่ 6 เมษายน ก็อาจสร้างกำไรได้ถึง 4.9 ล้านบาทต่อดีเซลทุกๆ 1 ล้านลิตร ถือเป็นผลกำไรมหาศาลสำหรับผู้ที่กักตุนในปริมาณมาก

โดยชาวประมงรายหนึ่ง ในพื้นที่ภาคใต้ของไทย บอกว่า การลักลอบขนน้ำมันทางทะเลนั้นตรวจจับได้ยาก และยิ่งดำเนินคดียากกว่า เพราะเจ้าหน้าที่บางส่วน ไม่เต็มใจ หรือ ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายในแนวชายฝั่งทะเลได้ และยังเผยอีกว่า ช่องโหว่ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ มาจากการที่เจ้าหน้าที่มองข้าม หรือไม่จริงจังกับการบังคับใช้กฎหมาย

นอกจากนี้ สื่อดังกล่าว ยังได้มีการรายงานอีกว่า ความสงสัยในเรื่องเครือข่ายอาชญากรรมที่ฉวยโอกาสจากวิกฤตน้ำมัน ได้กลายเป็นข่าวใหญ่ หลังบนโลกโซเชียลมีวิดีโอจากกัมพูชาปรากฏภาพการถ่ายโอนน้ำมันจากเรือไทย ไปยังเรือกัมพูชาในอ่าวไทย ท่ามกลางความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาที่ยังตึงเครียดสูง หลังเหตุปะทะกันตามแนวชายแดนเมื่อปีที่ผ่านมา ข่าวการลักลอบขนถ่ายน้ำมันนี้ ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับผู้นำทั้งสองฝ่าย

นายอนุทิน เรียกเรื่องนี้ว่า เป็นเรื่องน่าอับอาย และอาจเข้าข่ายการทรยศชาติ ขณะที่นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยืนยันว่า กัมพูชาได้ตัดการนำเข้าน้ำมันจากประเทศไทยมาหลายเดือนแล้ว และไม่ได้พึ่งพาไทย แม้ยามเกิดวิกฤต

ขณะที่สื่อไทยยังมีการรายงานที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน เกี่ยวกับการลักลอบส่งน้ำมันจากไทย ไปยังเมียนมา ซึ่งกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนน้ำมันอย่างหนัก

ด้านกองทัพเรือของไทยได้ออกมาแถลงเมื่อวันที่ 6 เมษายนว่า จะเพิ่มความถี่และพื้นที่ในการลาดตระเวนทางทะเล โดยมุ่งเน้นไปที่พื้นที่เสี่ยงสูงและแนวชายแดน เพื่อสกัดจับและดำเนินคดีกับผู้ลักลอบค้าน้ำมัน

อีกด้านหนึ่ง บริษัทขนส่งสัญชาติมาเลเซียแห่งหนึ่ง ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย หลังพบการเก็บน้ำมันเบนซินกว่า 100,000 ลิตร ไว้ใต้ดิน ในจังหวัดสงขลา

โดยนายอนุทินเตือน เมื่อวันที่ 6 เมษายนว่า ชาวไทยควรจะเตรียมรับมือช่วงเวลาที่ยากลำบากจากปริมาณน้ำมันที่ลดลง พร้อมแนะนำให้ทำงานจากที่บ้าน หรือเวิร์กฟรอมโฮม หากเป็นไปได้ และช่วยกันประหยัดพลังงาน พร้อมระบุว่า ปัญหาจากนี้ ไม่ใช่แค่น้ำมันแพงขึ้น แต่การจัดหาน้ำมันที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศจะทำได้ยากขึ้น และว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากทุกแหล่งที่หาได้ทั่วโลก