ยิ่งตกใจ! ตร.เปิดผังเส้นเงิน มูลนิธิองค์กรทำดี จ่ายบัตรเครดิต ซื้อแบรนด์เนม
ยิ่งตกใจ! ตร.เปิดผังเส้นเงิน มูลนิธิองค์กรทำดี จ่ายบัตรเครดิต ซื้อแบรนด์เนม
ข่าวอาชญากรรม

ยิ่งตกใจ! ตร.เปิดผังเส้นเงิน มูลนิธิองค์กรทำดี จ่ายบัตรเครดิต ซื้อแบรนด์เนม

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ที่กองบัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. ร่วมกันแถลงความคืบหน้าคดีฉ้อโกงประชาชนที่เกี่ยวข้องกับ นางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี และ นายอธิป อนันทวรรณ

จากการสืบสวนพฤติการณ์ตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2558 พบว่ามีการเปิดรับบริจาคผ่านช่องทางออนไลน์โดยใช้บัญชีธนาคารส่วนตัว ต่อมาในปี 2560 ได้มีการสร้างเพจเฟซบุ๊กเพื่อเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งปี 2565 มีการจัดตั้งและจดทะเบียนเป็นมูลนิธิองค์กรทำดี ในพื้นที่เขตบางเขน อย่างไรก็ตาม ในการประชุมคณะกรรมการกลับมีมติให้ใช้บัญชีส่วนตัวเป็นบัญชีหลักคู่ขนานไปกับบัญชีในนามมูลนิธิ นอกจากนี้ยังพบการเปิดบัญชีสมทบเพิ่มเติมเพื่อเตรียมย้ายมูลนิธิไปจังหวัดปทุมธานี รวมเป็นทั้งหมด 3 บัญชี ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่านางสาวปนัดดาเป็นผู้มีอำนาจสั่งจ่ายแต่เพียงผู้เดียว

ผลการตรวจสอบเส้นทางการเงินตั้งแต่ปี 2558 ถึงปัจจุบัน พบธุรกรรมการโอนเงินเข้าทั้ง 3 บัญชีมากกว่า 3.2 ล้านครั้ง จากผู้บริจาคกว่า 1 ล้านบัญชี รวมเป็นเงินบริจาคทั้งสิ้นประมาณ 815 ล้านบาท แต่กลับพบการโยกย้ายเงินออกไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ เป็นจำนวนเงินรวมกว่า 527 ล้านบาท

รายละเอียดการโอนเงินออกจากบัญชีหลักกว่า 520.7 ล้านบาท พบการโอนต่อไปยังบุคคลและกิจการต่างๆ ได้แก่:

- โอนให้สามี 3 บัญชี รวม 99 ล้านบาท

- โอนให้บิดา 28 ครั้ง รวม 4.6 ล้านบาท

- โอนชำระค่าก่อสร้างพูลวิลล่าในจังหวัดภูเก็ต 18 ล้านบาท

- โอนให้คณะกรรมการมูลนิธิ 36 ล้านบาท

- โอนซื้อประกันชีวิต 10 ล้านบาท

- โอนซื้อกองทุน 24 ล้านบาท (และมีการนำเงินจากกองทุนไปซื้อเครื่องประดับและกระเป๋าแบรนด์เนม 2.7 ล้านบาท)

- ชำระบัตรเครดิต 251 ครั้ง รวม 19 ล้านบาท

นอกจากนี้ ในบัญชีสมทบยังพบการโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของนางสาวปนัดดา 44 ครั้ง เป็นเงิน 12 ล้านบาท โอนให้สามีอีกกว่า 5 แสนบาท และโอนไปยังนักธุรกิจในจังหวัดเชียงใหม่อีก 8 แสนบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม ทั้งนี้ จากการเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 4 จุด เจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดของกลางเป็นกระเป๋าแบรนด์เนมและเครื่องประดับมูลค่ารวม 3-4 ล้านบาท

เบื้องต้น นางสาวปนัดดา ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่รับว่าเป็นผู้ทำธุรกรรมทางการเงินจริงโดยอ้างว่าเกิดความสับสนในการเบิกจ่าย ขณะที่นายอธิป ให้การปฏิเสธโดยระบุว่าทำตามคำสั่งเท่านั้น นอกจากนี้จากการตรวจสอบของนายทะเบียนยังพบว่า มูลนิธิดังกล่าวไม่มีการจัดทำรายงานประจำปีตามข้อบังคับ และมีการยื่นชำระภาษีเพียง 2 ปีแรกเท่านั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ