เปิดอัตราโทษ! หลวงพ่อโชติ-สีกาคนสนิท คดียักยอกเงินวัด-ฟอกเงิน
เปิดอัตราโทษ! หลวงพ่อโชติ-สีกาคนสนิท คดียักยอกเงินวัด-ฟอกเงิน
ข่าวอาชญากรรม

เปิดอัตราโทษ! หลวงพ่อโชติ-สีกาคนสนิท คดียักยอกเงินวัด-ฟอกเงิน

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2569 จากประเด็นข่าวที่กำลังเป็นที่พูดถึงในสังคมอย่างแพร่หลาย กรณีของอดีตพระวชิรญาณ วิ.(อติโชติ ธมฺมวโร) หรือ หลวงพ่อโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ซึ่งถูกหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ที่ 29/2569 ลงวันที่ 8 ก.ย. 69 ซึ่งข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาสและบุคคลใกล้ชิดนั้น ในทางกฎหมายต้องพิจารณาตามพฤติการณ์และบทบาทของแต่ละบุคคล โดยผู้ถูกกล่าวหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

ทั้งนี้ พระภิกษุมีฐานะเป็น เจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 45 หากข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า มีหน้าที่จัดการหรือรักษาทรัพย์ของวัด แล้วเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือผู้อื่นโดยทุจริต อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 400,000 บาท

หากมีพฤติการณ์ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต อาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 กำหนดโทษสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต โดยมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สำหรับความผิดฐานฟอกเงิน หากทรัพย์สินหรือเงินที่เกี่ยวข้องมีที่มาจากความผิดมูลฐาน และมีการโอน รับโอน เปลี่ยนสภาพ หรือกระทำการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดเพื่อซุกซ่อน ปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สิน หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง อาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 5 โดยมาตรา 60 กำหนดโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนกรณีมีการตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน อาจเข้าข่ายความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินตามมาตรา 9 โดยหากการสมคบกันนั้นยังไม่ถึงขั้นมีการกระทำความผิดฟอกเงิน ผู้สมคบต้องรับโทษกึ่งหนึ่งของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น แต่หากมีการกระทำความผิดฟอกเงินเกิดขึ้นเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน ผู้สมคบต้องรับโทษตามที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น

สำหรับ น.ส.ปุณยวีร์ รุ่งเรือง อายุ 47 ปี สีกาคนสนิท หมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ที่ 30/2569 ลงวันที่ 8 ก.ย. 69 ผู้สนับสนุน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 โดยผู้สนับสนุนต้องรับโทษสองในสามส่วนของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดที่สนับสนุน ดังนั้น หากเป็นการสนับสนุนความผิดตามมาตรา 147 หรือมาตรา 157 อัตราโทษจะต้องคำนวณตามหลักของมาตรา 86 โดยพิจารณาจากความผิดหลักและข้อเท็จจริงของคดี

ส่วนความผิดฐานฟอกเงิน ต้องพิจารณาบทบาทของ น.ส.ปุณยวีร์ เป็นกรณีไป หากพยานหลักฐานรับฟังได้ว่าเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดกับบุคคลอื่น อาจมีการปรับบทเป็นตัวการร่วมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ซึ่งมีผลให้ผู้ร่วมกระทำความผิดรับโทษเช่นเดียวกับตัวการ

แต่หากเป็นเพียงการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ต้องพิจารณาบทบัญญัติเฉพาะของพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินประกอบด้วย ทั้งนี้ อัตราโทษดังกล่าวเป็นเพียงอัตราโทษตามที่กฎหมายกำหนดสำหรับความผิดแต่ละฐาน โดยการลงโทษและจำนวนโทษสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และคำพิพากษาของศาล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ