รวบหนุ่มบัญชีม้าใช้โปรไฟล์หรู ตีสนิทหลอกเทรดทองทิพย์ สูญเงินกว่ำ 3.3 ล้าน ก่อนผันตัวจัดหาบัญชีม้าฟัดส่วนต่าง
รวบหนุ่มบัญชีม้าใช้โปรไฟล์หรู ตีสนิทหลอกเทรดทองทิพย์ สูญเงินกว่ำ 3.3 ล้าน ก่อนผันตัวจัดหาบัญชีม้าฟัดส่วนต่าง
ข่าวอาชญากรรม

รวบหนุ่มบัญชีม้าใช้โปรไฟล์หรู ตีสนิทหลอกเทรดทองทิพย์ สูญเงินกว่ำ 3.3 ล้าน ก่อนผันตัวจัดหาบัญชีม้าฟัดส่วนต่าง

ฟังข่าวนี้

ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. สั่งการให้พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. โดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุมตัวนายธีรพงษ์ หรือเบน อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2691/2569 ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น,ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดย หลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนสมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน”  โดยจับกุมได้บริเวณสถานีรถไฟบางบำหรุ แขวงบางบางพลัด เขตบางพลัด กทม. เวลา 06.00 น. ( 13 ส.ค. ) ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงประมาณปลายปี 2568 คนร้ายได้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก ชื่อ“Kuang Kuang” ทักคุยกับผู้เสียหาย โดยทำทีสอบถามเรื่องรูปภาพบ้าน และงบประมาณการสร้างบ้าน ประกอบกับมีเพื่อนร่วมกันในเฟซบุ๊ก ผู้เสียหายจึงยอมรับเพื่อนและพูดคุยด้วย ต่อมาคนร้ายได้ขอให้ย้ายไปคุยกันต่อในแอปพลิเคชั่นไลน์ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและคุยกันจนสนิทสนม คนร้ายได้เริ่มออกอุบายชักชวนลงทุนเทรดทองคำ โดยส่งภาพหน้าจอตัวเลขอ้างว่าเป็นผลกำไรจำนวนมากจากแพลตฟอร์มชื่อ daexch.org มาให้ดูจนผู้เสียหายหลงเชื่อว่าได้กำไรจริง โดยในการลงทุนแต่ละครั้ง คนร้ายจะเป็นผู้ส่งเลขบัญชีธนาคารปลายทางมาให้โอนเงินเข้าสู่ระบบ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินจากบัญชีของตนเองไปยังบัญชีธนาคารตามที่คนร้ายแจ้ง รวมเป็นเงินรวม 3,328,085 บาท ต่อมาเมื่อไม่ได้รับเงินคืนจึงรู้ตัวว่าถูกหลอก จึงเจ้าแจ้งความรเฃ้องทุกข์ไว้ที่ กก.1 บก.ปอท.

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนและได้รับแจ้งจากสายลับว่านายธีรพงษ์ หรือเบน อายุ 34 ปี นั้นกำลังเดินทางด้วยรถไฟจากภาคใต้ มายังกรุงเทพมหานคร โดยจะลงรถไฟที่บริเวณสถานีรถไฟบางบำหรุ แขวงบางบางพลัด เขตบางพลัด จึงทำการสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงหมายจับ โดยนายยอมรับว่าเป็นผู้ต้องหานามหมายจับจริง จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ. จัดทำบันทึกจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบถามผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การว่า เมื่อช่วงต้นปี 2568 ตนได้เล่นเฟสบุ๊คและได้พบเพจ “รับเช่าบัญชีทุกชนิด” ตนจึงได้ติดต่อไปและได้ตกลงขายบัญชีธนาคารจำนวน 1 บัญชี ในราคา 10,000 บาท โดยนัดรับกันที่ตลาดมีนบุรี ตนขายเพราะร้อนเงิน แค่ต้องการนำเงินมาใช้และไม่ได้ถามว่าจะนำบัญชีไปทำอะไร และภายหลังผันตัวมาเป็นคนหาบัญชีจากบุคคลอื่นพร้อมถอนเงินให้แก้งมิจฉาชีพ โดยให้ค่าจ้าง 10,000 บาท และแบ่งเปอร์เซ็นต์ 2,000 บาท ต่อหนึ่งบัญชี หลังจากที่ตนทราบว่าบัญชีถูกโอนอายัดแล้ว ตนจึงได้หลบหนีไปทำทุเรียนที่จังหวัดจันทบุรี กระทั่งมาถูกจับกุม

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ฝากเตือน หากพบมีสายโทรศัพท์ หรือข้อความต้องสงสัย หรือใช้ภาพคนหน้าตาดี โปรไฟล์หรู ทักมาชวนคุยสร้างความสนิทสนมจนเหยื่อเชื่อใจ จากนั้นจะชักชวนให้ลงทุนผ่านลิงก์แอปพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์ปลอม ที่ทำเลียนแบบขึ้นมา ช่วงแรกจะยอมให้ถอนเงินได้จริงในจำนวนน้อยเพื่อล่อให้ตายใจ แต่เมื่อเหยื่อทุ่มเงินก้อนใหญ่ลงไปหลายครั้งจนพอใจแล้ว จะล็อกระบบไม่ให้ถอนเงินและอ้างให้โอนเงินเพิ่มเป็นค่าภาษีหรือค่าปลดล็อก สุดท้ายจะบล็อกไลน์หนีหายไปทันที ควรตั้งสติ ตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานนั้นๆให้แน่ชัด และปรึกษาคนในครอบครัวก่อนตัดสินใจทุกครั้ง และ “ไม่เชื่อ ไม่หลง ไม่โอน” เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ