จากเหตุการณ์ยาไอซ์ซุกในกระปุกมะขามเปียกเตรียมส่งออกญี่ปุ่น พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./ รับผิดชอบยาเสพติดจัดชุดสืบสวนศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศอ.ปส.บช.น.) ร่วมกับ สืบนครบาล สืบ 7 และ สน.บางยี่ขัน ได้เข้าตรวจสอบของกลางและเร่งสืบสวนขยายผลหาผู้ที่เกี่ยวข้องและกลุ่มเครือข่าย จนสามารถจับกุมคนไทย 1 ในขบวนการทำหน้าที่เจ้าของบัญชีจำนวนหลายเล่มที่ใช้ทำธุรกรรมโอนเงินในการส่งพัสดุยาไอซ์ ประมาณ 2 กก.ฝากนักหิ้วข้ามชาติ อ้างมีแฟนสาวชาวเวียดนาม ชื่อมะลิ คบหาดูใจกันประมาณหนึ่งปีเศษ เคยให้บัญชีธนาคารให้แฟนสาวใช้ เพื่อความสะดวก
ตามนโยบายชาติในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดนำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) นำโดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ให้เข้มงวดกวดขันและเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มเครือข่ายยาเสพติด ที่พยายามซุกซ่อนยาเสพติดในพัสดุหรือบรรจุภัณฑ์รูปแบบต่างๆ เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ

พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น./ผอ.ศอ.ปส.บช.น. จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./รอง ผอ.ศอ.ปส.บช.น. พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.7 พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. จัดชุดปฏิบัติการพิเศษและชุดสืบสวนยาเสพติด นำโดย พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น./ผู้ช่วย ศอ.ปส.บช.น. พ.ต.อ.จิรพัฒน์ พนมสิทธิ์การ พ.ต.อ.กุลเชษฐ์ บางพราน รอง ผบก.น.7 พ.ต.อ.อัษฎาวุธ ขวัญเมือง ผกก.สส.บก.น.7 พ.ต.อ.อธิวัฒน์ นุชถาวร ผกก.สน.บางยี่ขัน เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวกลุ่มซุกซ่อนยาเสพติดจากสาวนักรับหิ้วพบสินค้ามีความผิดปกติ

ซึ่งเป็นกระปุกที่บรรจุมะขามเปียก บรรจุรวมอยู่ในกล่องผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปอื่นๆ ซึ่งเมื่อนำออกมาตรวจสอบเบื้องต้นพบมีน้ำหนักมากผิดปกติ และเตรียมส่งออกประเทศญี่ปุ่น จึงได้แจ้ง ชุดสืบสวน สน.บางยี่ขัน เข้าตรวจสอบประปุกมะขามเปียกดังกล่าว จำนวน 6 กระปุก เมื่อนำมะขามเปียกออกมา จึงพบยาไอซ์ซุกซ่อนเป็นห่อรวมกว่า 6 ก้อน น้ำหนักรวมมากกว่า 20.59 กก. และน้ำหนักยาเสพติดประมาณ 2 กิโลกรัม
ในคดีนี้ เป็นกลุ่มชาวเวียดนาม โดยใช้บัญชีม้าไทยในการจ่ายค่าจ้างหิ้ว จากการสืบสวนมีร่องรอยเป็นรูปแบบของขบวนการของกลุ่มคนร้ายมีดังนี้
1. คนร้ายที่ 1 นายสมพงษ์ ผู้ถูกจับในฐานะบัญชีม้าที่ถูกชาวเวียดนามใช้บัญชีโอนเงินให้กับผู้รับจ้างหิ้วของไปญี่ปุ่น จำนวนหลายบัญชี
2. คนร้ายที่2 เป็นชาวเวียดนามผู้ติดต่อฝากหิ้วของกับผู้รับหิ้ว
3. คนร้าย ที่ 3 คนร้ายชายต่างประเทศที่ติดต่อกับไรเดอร์รับของเอาไปฝากไว้ที่คอนโดย่านปิ่นเกล้าซึ่งไม่ใช่ที่พักของตนจริง
4. คนร้ายที่ 4 คือคนร้ายชาวต่างประเทศที่โอนเงินเข้าบัญชีสมพงษ์ก่อนและหลังการจ่ายเงินให้กับผู้รับจ้างหิ้วซึ่งคือคนที่ถือเอทีเอ็มหรือแอปพลิเคชั่นของแบงค์ของสมพงษ์

เมื่อวันที่ 16 ก.ค.69 เวลาประมาณ 16.00 น. จนท.ชุดสืบสวนศูนย์ยาเสพติด บช.น. สืบนครบาล สืบ 7 และ สน.บางยี่ขัน ได้สืบสวนขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง พบข้อมูลเจ้าของบัญชีที่ทำธุรกรรมทางการเงินในการจ้างวานนำพัสดุอาหารสำเร็จรูปดังกล่าวส่งไปยังประเทศญี่ปุ่น จนท. จึงได้จับกุม นาย สมพงษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ภูมิลำเนา อ.คลองหลวง จว.ปทุมธานี ในข้อหา มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณ ถ.รังสิตนครนายก ต.บึงสนั่น อ.ธัญบุรี จว.นครนายก

เบื้องต้น ผู้ต้องหา ให้การว่าตนมีแฟนสาวชาวเวียดนาม ชื่อมะลิ คบหาดูใจกันประมาณหนึ่งปีเศษ และให้การเพิ่มเติมว่า ตนได้เคยให้บัญชีธนาคารกสิกร ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้แฟนสาวใช้ เพื่อความสะดวกเนื่องจากแฟนสาวเป็นคนต่างชาติ ขณะนี้แฟนสาวอยู่ที่ประเทศเวียดนามแจ้งว่าจะกลับเดือนหน้า จึงควบคุมตัวพร้อมนำค้นที่พัก และควบคุมตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อทำลายกลุ่มเครือข่ายดังกล่าวให้หมดไปจากสังคมไทย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป