เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) และ พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.) ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.2 บก.ปคม. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดระยอง (พมจ.ระยอง) และชลบุรี (พมจ.ชลบุรี) เข้าดำเนินการจับกุม นายกอ (นามสมมติ) อายุ 28 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ในข้อหาค้ามนุษย์ด้วยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี โดยเป็นธุระจัดหา พามาจาก หรือส่งไปยังที่ใด หรือรับไว้ซึ่งเด็กอายุเกินสิบห้าปี แต่ไม่ถึงสิบแปดปี และเป็นเจ้าของกิจการการค้าประเวณี ผู้ดูแล หรือผู้จัดการกิจการการค้าประเวณี
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสว่า มีกลุ่มบุคคลเปิดค่ายฝึกสอนมวยไทยแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง โดยมีการบังคับให้นักมวยชายซึ่งเป็นเด็กและเยาวชน ให้บริการทางเพศกับผู้ที่มีรสนิยมชายรักชาย เพื่อแสวงหาประโยชน์ เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนและทราบว่านายนฤเบศเป็นผู้ดูแลค่ายมวยดังกล่าว และมีพฤติการณ์เป็นธุระจัดหานักมวยที่เป็นเด็กและเยาวชน ให้บริการทางเพศแก่ลูกค้าที่มีรสนิยมเฉพาะ
เจ้าหน้าที่จึงวางแผนส่งสายลับแฝงตัวเป็นนักเรียนเข้าไปฝึกมวย เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน โดยพบว่าภายในค่ายมวยมีนักมวยทั้งชายและหญิง ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ อายุตั้งแต่ต่ำกว่า 18 ปี ไปจนถึง 35 ปี รวมประมาณ 30 คน สายลับได้สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการจัดหาบริการทางเพศจากเด็กนักมวยภายในค่าย ซึ่งนายกอ (นามสมมติ) ยอมรับว่าสามารถจัดหาเด็กนักมวยเพื่อให้บริการทางเพศได้ ในราคาตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป โดยอ้างว่าเด็กเหล่านี้เป็นเด็กเกเร หรือมีปัญหาครอบครัว และต้องการเงินไปใช้จ่าย ทั้งยังมีการส่งภาพเด็กผ่านแอปพลิเคชันไลน์ให้ลูกค้าเลือก และให้ข้อมูลว่ามีการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กนักมวยในลักษณะต่างๆ โดยมีเด็กที่เข้าข่ายลักษณะดังกล่าวอีกกว่า 15 คน พร้อมแจ้งรายชื่อและข้อมูลภาพถ่าย
ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยแบ่งการปฏิบัติการออกเป็น 2 จุด
จุดแรก เจ้าหน้าที่ได้วางแผนปฏิบัติการอำพราง (ล่อซื้อ) เพื่อเข้าจับกุมนายกอ (นามสมมติ) พร้อมเข้าช่วยเหลือเยาวชนชายอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 3 ราย ได้แก่ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี, ด.ช.บี (นามสมมติ) อายุ 15 ปี และ ด.ช.ซี (นามสมมติ) อายุ 13 ปี หลังจากตกลงขอซื้อบริการทางเพศในราคาคนละ 3,000 บาท โดยจะแบ่งให้กับเด็ก 2,000 บาท และผู้ต้องหา 1,000 บาท พร้อมนัดหมายให้นำเด็กมาส่งยังห้องพักรีสอร์ตแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี เมื่อถึงเวลานัดหมาย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม นายนฤเบศให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และถูกควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปคม. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ส่วนจุดที่สอง เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ไปยังค่ายมวยดังกล่าวในจังหวัดระยอง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และนำเด็กจำนวน 12 คน มาคัดกรองว่าอาจเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์หรือไม่ พบกลุ่มเด็กและเยาวชนชายอายุระหว่าง 11-19 ปี จำนวน 15 คน รวมตัวกันอยู่บริเวณค่ายมวยโดยไม่พบผู้ปกครอง เด็กทั้ง 12 คน ให้ข้อมูลตรงกันว่า ค่ายมวยแห่งนี้มีชายชาวต่างชาติชาวนอร์เวย์คนหนึ่งเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของค่าย และชายคนดังกล่าวมีพฤติการณ์ทุกครั้งที่เดินทางมาที่ค่าย จะให้เลขาส่วนตัวเรียกเด็กชายให้ไปพบเป็นการส่วนตัวในห้องรับรองภายในค่ายมวย ระหว่างนั้นมีการกระทำอนาจารและล่วงละเมิดทางเพศเด็กนักมวยในลักษณะต่างๆ รวมถึงการถ่ายภาพและบันทึกคลิปไว้ หลังเสร็จสิ้นจะให้ค่าตอบแทนครั้งละ 500-5,000 บาท พร้อมกำชับไม่ให้เด็กนำเรื่องไปบอกใคร หากถูกใจเด็กคนใดเป็นพิเศษก็จะให้การสนับสนุนเป็นสิ่งของ เช่น โทรศัพท์มือถือ ชุดนักเรียน หรือหากครอบครัวเด็กยากจน ก็จะให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายภายในบ้านและค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองของเด็กคนนั้นด้วย
นอกจากนี้ เด็กบางรายยังให้ข้อมูลว่า เจ้าของค่ายมวยก็ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นแต่กลับนิ่งเฉยไม่ได้ห้ามปรามแต่อย่างใด รวมถึงครอบครัวของเด็กก็ทราบเรื่อง แต่เนื่องจากเห็นว่าชายชาวต่างชาติมีบุญคุณให้การสนับสนุนช่วยเหลือ และตัวเด็กเองก็ได้รับเงินมาใช้จ่ายทำให้มีชีวิตที่สุขสบายขึ้น จึงไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีใดๆ
จากการสอบสวนของทีมสหวิชาชีพ มีความเห็นว่ามีเด็กผู้เสียหายจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศจากชายชาวนอร์เวย์จริงทั้งหมด 6 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งสอบสวนเพื่อขยายผล และติดตามตัวชายชาวนอร์เวย์รายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.