เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเด็กพิเศษวัย 11 ปี ที่ตกเป็นผู้เกี่ยวข้องในเหตุรถกระบะพุ่งชนคณะพระธุดงค์ จนมีพระสงฆ์มรณภาพและได้รับบาดเจ็บหลายรูป
ล่าสุด เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร (พม.มุกดาหาร) ได้ลงพื้นที่บ้านพักของตาและยายของเด็ก เพื่อเก็บข้อมูลข้อเท็จจริงและประเมินแนวทางการให้ความช่วยเหลือตามกระบวนการต่อไป โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสภาพจิตใจของเด็กและครอบครัว รวมถึงผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ตาของเด็ก อายุ 72 ปี ได้เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า หลานไม่เคยขับรถมาก่อนตามที่หลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งสร้างความกังขาในประเด็นดังกล่าวอย่างมาก โดยในวันเกิดเหตุตนเองออกไปทำนา ปล่อยให้หลานอยู่กับยายเพียงลำพัง และไม่คาดคิดว่าหลานจะนำรถกระบะออกจากบ้านได้
ด้านเพื่อนบ้าน อายุ 45 ปี ได้กล่าวเสริมว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยเห็นเด็กวัย 11 ปี ขับรถมาก่อน จึงรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่ทราบว่าเด็กสามารถขับรถออกจากบ้านได้อย่างไร ซึ่งเป็นข้อสงสัยที่ทางเจ้าหน้าที่ต้องเร่งหาคำตอบ
ขณะที่ ยายของเด็ก อายุ 72 ปี กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า รู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการสูญเสียของคณะพระธุดงค์ที่มีพระสงฆ์มรณภาพ พร้อมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อันน่าเศร้าครั้งนี้
เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งหมด เพื่อคลี่คลายทุกข้อสงสัยและให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และจะมีการพิจารณาแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาต่อไป