ซ้ำเติมคนสู้ชีวิต! 2 โจรใจทมิฬ ฉกกระเป๋า ลุงพิการขายพวงมาลัย 4 แยกไฟแดง เอาบัตร ATM ไปกดเงินมาซื้อยาเสพ อ้างตกงาน
ซ้ำเติมคนสู้ชีวิต! 2 โจรใจทมิฬ ฉกกระเป๋า ลุงพิการขายพวงมาลัย 4 แยกไฟแดง เอาบัตร ATM ไปกดเงินมาซื้อยาเสพ อ้างตกงาน
ข่าวอาชญากรรม

ซ้ำเติมคนสู้ชีวิต! 2 โจรใจทมิฬ ฉกกระเป๋า ลุงพิการขายพวงมาลัย 4 แยกไฟแดง เอาบัตร ATM ไปกดเงินมาซื้อยาเสพ อ้างตกงาน

ฟังข่าวนี้

วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 พ.ต.อ.นพดล ทุนทวีศีลศักดิ์ ผกก.สภ.พุทไธสง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.อภิภู จูประโคนสุข รอง ผกก.(สืบสวน) , พ.ต.ท.ชนะชน ดวงพุทธา สารวัตร (สืบสวน) พร้อมกำลังเข้าควบคุมตัวนางสาวศิรประภา อายุ 42 ปี ชาว ต.บ้านจาน อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ และนายอภิสิทธิ์ อายุ 31 ปี ชาว ต.บ้านจาน อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ หนุ่ม LGBTQ ได้ที่บ้านพัก หลังทั้ง 2 คนก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นพ่อค้าขายพวงมาลัย บริเวณสี่แยกไฟแดงโนนขิงไค หมู่ที่ 5 ต.พุทไธสง อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2569 เวลาประมาณ 15.30 น. นำตัวมาสอบสวนที่ สภ.พุทไธสง

โดยนางสาวศิรประภา และนายอภิสิทธิ์ ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน เล่าว่า เมื่อวานขับขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันมามาเติมน้ำมันที่ปั้มใกล้บริเวณ 4 แยกสัญญาณไฟแดง เห็นกระเป๋าสะพายใส่เงินพ่อค้าขายพวงมาลัยขาพิการ วางอยู่ตะกร้าหน้ารถจักรยานยนต์ จึงได้วางแผนทำทีไปซื้อพวงมาลัย 1 พวง แล้วฉกกระเป๋าสะพายใส่เงินที่อยู่ในตะกร้าหน้ารถก่อนขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป

ภายในกระเป๋าสะพายมีเงินสดจำนวน 500 บาท ได้นำไปซื้อยาบ้ามาแบ่งกันเสพจำนวน 15 เม็ด และนำบัตร ATM ไปกดเนื่องจากได้เขียนรหัสกดเงินเอาไว้ ได้เงินมา 7,200 บาท แล้วนำมาแบ่งกัน ส่วนโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย บัตรประชาชน ใบขับขี่ บัตร ATM บัตรอื่น ๆ และกระเป๋าสะพายของผู้เสียหาย ได้นำไปทิ้งไว้ตามจุดต่าง ๆ ก่อนจะถูกตำรวจจับ

นางสาวศิรประภา ยังกล่าวต่อไปว่า หลังจากได้ทรัพย์สินของพ่อค้าขายพวงมาลัยขาพิการมาแล้ว ตนเองคิดว่าตำรวจคงตามมาจับกุม เพราะว่าบริเวณที่เกิดเหตุมีกล้องวงจรปิด แต่ไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตามมาจับตนเองได้เร็วถึงขนาดนี้ อยากฝากขอโทษพ่อค้าขายพวงมาลัยขาพิการ เนื่องจากตนเองตกงานไม่มีทางออกจึงได้ก่อเหตุ

ด้านนายเจริญ ใหญ่มะเริง อายุ 61 ปี พ่อค้าขายพวงมาลัย เล่าว่า ขาด้านซ้ายของตนพิการเนื่องจากประสบอุบัติเหตุทางจราจร ทำให้เมียทิ้ง จึงได้ยึดอาชีพยืนขายพวงมาลัยตามสี่แยกไฟแดงเพื่อหาเลี้ยงชีพ แต่กลับถูก 2 คนร้ายที่มีร่างกายครบทั้ง 32 ฉวยโอกาสลักทรัพย์ ขณะที่ตนทำมาหากิน อยากฝากขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พุทไธสง ที่สามารถตามจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหานางสาวศิรประภา และนายอภิสิทธิ์ ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ และเสพยาเสพติด ประเภท 1 (ยาบ้า)โดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากนำผู้ต้องหาทั้งสองไปตรวจปัสสาวะ พบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย (เมทแอมเฟตามีน) ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ