รวบหนุ่มร่วมสแกม ตุ๋นเหยื่อคนไทย ไปทำงานปอยเปต
ข่าวอาชญากรรม

รวบหนุ่มร่วมสแกม ตุ๋นเหยื่อคนไทย ไปทำงานปอยเปต

วันที่ 31 มี.ค. 2569 พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป.พ.ต.ต.ดิฐาศักดิ์ โชติเธียรศรณ์ สว.กก.4 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุมนายณัฐพงษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี บริเวณศาลาริมถนน ภายในหมู่บ้านใหม่หนองบัว หมู่ 10 ต.หนองบัว อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่

ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1693/2565 ในข้อหา ร่วมกันประกอบสินเชื่อรายย่อยส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และหมายจับศาลอาญา ที่ 7138/2568 ในข้อหา อั้งยี่, ซ่องโจร, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน

สืบเนื่องจากเมื่อเดือน พ.ย. 2568 มีกลุ่มผู้เสียหายจำนวนมาก เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายนี้ พร้อมพวกรวม 42 ราย หลังถูกชักชวนให้ร่วมลงทุน เล่นเกมออนไลน์ หรือหลอกให้ทำงานเกี่ยวกับพนันออนไลน์ อ้างให้ผลตอบแทนสูง แต่หลังจากโอนเงินไปแล้วกลับถูกตัดขาดการติดต่อทันที สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยมีผู้เสียหายแจ้งความไว้ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ จากการสืบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ลักษณะเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการหลอกลวงทางไซเบอร์ (Scam) รวมถึงมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการแฮกข้อมูล

สอบสวนผู้ต้องหา ให้การว่า ก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 ถูกชักชวนให้ไปทำงานที่เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา โดยผ่านช่องทางธรรมชาติ ด้าน จ.สระแก้ว ช่วงแรกทำหน้าที่เป็นแอดมิน พิมพ์ข้อความหลอกลวงเหยื่อชาวไทย ก่อนจะถูกเปลี่ยนหน้าที่ไปดูแลด้านการโอนเงิน นายณัฐพงษ์ ให้การต่อว่า ระหว่างทำงานอยู่ที่ปอยเปต ประมาณ 2 ปี แต่ละวันมีเงินหมุนเวียนจากเหยื่อสูงถึงหลักล้านบาท หรือคิดเป็นปีละประมาณ 300 ล้านบาท ขณะที่ตนได้รับเงินเดือนเดือนละ 60,000 บาท

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า หากพนักงานคนใดทำงานไม่ได้ตามเป้า ก็จะถูกลงโทษอย่างรุนแรง เช่น ใช้ไฟฟ้าชอร์ต หรือขังเดี่ยว ไม่ให้อาหาร จนเกิดความหวาดกลัวว่าจะได้รับชะตากรรมเดียวกัน จึงตัดสินใจหลบหนีกลับประเทศไทยทางช่องทางธรรมชาติ ภายหลังการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่นำตัวส่งพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป