จากกรณี เกิดเหตุสะเทือนขวัญในพื้นที่ซอยแจ้งวัฒนะ 14 เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร หลังชายชาวลาวเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ว่าน้องสาววัย 20 ปีได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยจากห้องพักภายในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง จนนำไปสู่การสืบสวนคดีฆาตกรรมอำพรางศพสุดโหด และการจับกุมผู้ต้องสงสัยขณะพยายามหลบหนีข้ามประเทศ
สืบเนื่องจาก นายเดช ชาวลาว อายุ 26 ปี เข้าแจ้งความว่า น.ส.แรม อายุ 20 ปี น้องสาว ได้หายตัวไปจากห้องพักโดยไม่สามารถติดต่อได้ ภายหลังตรวจสอบพบความผิดปกติหลายประการ
จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า น.ส.แรม มีแฟนหนุ่มชื่อ ต้อม ซึ่งเป็นชาวลาวเช่นกัน โดยฝ่ายชายอ้างว่าทั้งคู่มีปากเสียงกัน ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะวิ่งหนีออกจากห้องไป อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของอพาร์ตเมนต์ กลับไม่พบภาพ น.ส.แรม เดินออกจากอาคารแต่อย่างใด
เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบห้องพักดังกล่าว แต่ไม่พบผู้ใดอยู่ภายใน ทว่าได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง และพบคราบเลือดจำนวนหนึ่ง จึงเชื่อว่าอาจเกิดเหตุร้ายขึ้น ก่อนประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจเก็บพยานหลักฐาน พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าผู้ก่อเหตุอาจหลบหนีออกนอกประเทศไปยัง สปป.ลาว
ต่อมาเวลา 17.00 น. วันเดียวกัน ฝ่ายสืบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ได้รับแจ้งจากตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดหนองคายว่า สามารถควบคุมตัวนายต้อมได้ ขณะกำลังพยายามข้ามแดนไปยังประเทศลาว
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายต้อมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุฆ่า น.ส.แรม แฟนสาว ก่อนแยกชิ้นส่วนศพใส่ถุงดำ แล้วนำไปทิ้งบริเวณคลองริมถนนเลียบคลองประปา รวมทั้งหมด 6 ถุง แบ่งเป็นริมถนน 2 ถุง ใต้พงหญ้าอีก 2 ถุง และจุดใกล้เคียงอีก 2 ถุง
ด้าน ตม.หนองคาย ได้สั่งขึ้นบัญชีเฝ้าระวัง (Watchlist) พร้อมประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตามแนวชายแดน ทั้งทหาร ตำรวจน้ำ และฝ่ายปกครอง เข้มงวดตรวจตรา เพื่อปิดช่องทางหลบหนี (Seal ชายแดน) และเร่งค้นหาผู้ต้องสงสัย
กระทั่งเวลา 17.30 น. เจ้าหน้าที่พบตัวนายต้อมขณะเดินเท้าอยู่ภายในบริเวณด่านพรมแดนหนองคาย จึงเข้าตรวจสอบเอกสารและยืนยันตัวบุคคล ก่อนเชิญตัวมาสอบปากคำ และประสานข้อมูลกับ สน.ทุ่งสองห้อง เจ้าของคดี
ล่าสุด วันที่ 25 มีนาคม 2569 จากการสอบสวนเพิ่มเติม นายต้อมให้การว่า เดินทางเข้าประเทศไทยผ่านด่านหนองคายตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2566 โดยได้รับอนุญาตทำงานเป็นกุ๊กในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ส่วน น.ส.แรม แฟนสาว ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในบาร์ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี
ตนพยายามให้แฟนสาวเลิกงานดังกล่าว แต่ฝ่ายหญิงไม่ยอม อีกทั้งยังขอเลิกรา โดยให้เหตุผลว่าตนมีพฤติกรรมอารมณ์รุนแรงและชอบใช้ความรุนแรง ทำให้เกิดความหึงหวงสะสม ทั้งคู่มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง จนตนขาดสติ ลงมือทำร้ายแฟนสาวจนเสียชีวิต ก่อนพยายามอำพรางศพเพื่อหลบหนีความผิดดังกล่าว