วันที่ 26 มีนาคม 2569 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้สอบปากคำ นายต้อม อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาคดีปลิดชีพโหด น.ส.แรม อายุ 20 ปี สาวชาวลาว ด้วยตนเอง ก่อนเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนบันทึกภาพและสอบถามผู้ต้องหา
นายต้อม ระบุว่า สาเหตุที่ลงมือก่อเหตุเพราะโทสะ ขณะนี้รู้สึกสำนึกผิดและขอโทษแฟนสาว เมื่อถูกถามว่า ไหนบอกว่ารักแฟนสาวมาก ทำไมถึงทำได้ขนาดนี้ นายต้อมตอบเพียงสั้นว่า พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อหรอก โดยมีสีหน้าค่อนข้างเครียด ก้มหน้าตลอดเวลา และขอน้ำดื่ม ก่อนที่ตำรวจจะนำตัวไปสอบปากคำต่อ
ด้าน พล.ต.ท.สยาม เปิดเผยว่า นายต้อมรับสารภาพว่าเกิดจากความหึงหวง โดยช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทั้งสองมีปากเสียงกัน หลังจากนั้นฝ่ายหญิงหนีไปทำงาน ฝ่ายชายจึงตามหาและสอบถามญาติ กระทั่งวันที่ 21 มีนาคม พบผ่านโซเชียลมีเดียว่าฝ่ายหญิงไปทำงานที่ชลบุรี จึงไปดักรอจนถึงเช้าวันที่ 22 มีนาคม ก่อนชวนกลับมาที่ห้องพักในกรุงเทพฯ
จากนั้นฝ่ายชายชวนกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ประเทศลาว โดยเสนอว่าจะเป็นผู้หาเลี้ยงดู แต่ฝ่ายหญิงต้องการทำงานในประเทศไทย ทำให้เกิดการทะเลาะกัน ก่อนฝ่ายชายพลั้งมือบีบคอจนเสียชีวิต แล้วนำร่างเข้าไปในห้องน้ำ เพื่อหั่นแยกส่วน และนำไปทิ้งในเวลาต่อมา
ต่อมา วันที่ 23 มีนาคม ญาติผู้เสียชีวิตเข้าแจ้งความคนหายที่ สน.ทุ่งสองห้อง เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าทั้งสองเข้าห้องพักพร้อมกันเวลา 07.30 น. ของวันที่ 22 มีนาคม แต่วันที่ 23 มีนาคม พบว่ามีผู้ต้องหาออกจากห้องเพียงคนเดียว เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบห้องพัก พบกลิ่นคาวเลือด พร้อมคราบเลือดและเส้นผม เชื่อว่ามีการฆาตกรรม และประสานตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่ หนองคาย เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาอาจหลบหนีออกนอกประเทศ
ขณะถูกจับกุม ผู้ต้องหาอ้างว่าผู้เสียชีวิตทำร้ายตัวเอง และตนเพียงนำร่างไปทิ้ง แต่ภายหลังยอมรับเมื่อชี้จุดทิ้งถุงดำ โดยเจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนรวม 9 ถุง เริ่มจากส่วนศีรษะ
จากการสอบสวนเพิ่มเติมพบว่า ผู้ต้องหาเคยทำงานผู้ช่วยกุ๊ก มีความชำนาญในการชำแหละเนื้อสัตว์ โดยซื้อถุงดำและน้ำยาล้างห้องน้ำมาทำความสะอาดคราบเลือด ใช้มีดเพียงเล่มเดียวในการชำแหละ และให้เหตุผลว่าต้องแยกชิ้นส่วนเพราะเคลื่อนย้ายลำบาก
ขณะนี้ยังพบชิ้นส่วนผู้เสียชีวิตไม่ครบ โดยขาดแขนขวาและส่วนสะโพก เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตาม ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาไปอยู่สนามบินอุดรธานีจนถึงเวลา 16.00 น. ผู้ต้องหาอ้างว่าไม่รู้จะหลบหนีไปทางใด
สำหรับสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ต้องรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยตำรวจมีพยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจน และแจ้งข้อหาเบื้องต้น ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และอำพรางซ่อนเร้นศพ พร้อมเตรียมนำตัวฝากขังต่อไป