ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ Anti Cyber Scam Center จับกลุ่มจีนเทาหนีซ่อนตัวเมืองกรุง
ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ Anti Cyber Scam Center จับกลุ่มจีนเทาหนีซ่อนตัวเมืองกรุง
ข่าวอาชญากรรม

ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ Anti Cyber Scam Center จับกลุ่มจีนเทาหนีซ่อนตัวเมืองกรุง

ฟังข่าวนี้

ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (Anti Cyber Scam Center) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นำโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. เข้าจับกุมชาวจีน 3 ราย ประกอบด้วย

นายเอ (นามสมมติ) สัญชาติจีน

นายบี (นามสมมติ) สัญชาติจีน

นายซี (นามสมมติ) สัญชาติจีน

ในข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay)

การจับกุมเกิดขึ้นภายในห้องพักแห่งหนึ่ง แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ที่สร้างความเสียหายให้ประชาชนชาวไทยอย่างรุนแรงในช่วงปี 2565–2567 รวมมูลค่าความเสียหายสูงถึง 79,569 ล้านบาท โดยเฉพาะในปี 2567 มีการรับแจ้งความมากถึง 305,762 เรื่อง คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 35,416 ล้านบาท ส่งผลให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (Anti Cyber Scam Center) เร่งบูรณาการความร่วมมือกับประเทศเมียนมา เพื่อปราบปรามกลุ่มธุรกิจสีเทาและอาชญากรรมข้ามชาติ

ต่อมาช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ได้รับการประสานจากประเทศเมียนมา แจ้งว่ามีกลุ่มชาวจีนต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับขบวนการแก๊งสแกมเมอร์ หลบหนีออกจากพื้นที่กวาดล้างในประเทศเมียนมา และลักลอบเข้ามาเช่าที่พักอาศัยกบดานอยู่ในพื้นที่เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. ทราบว่ามีกลุ่มบุคคลชาวจีนจำนวน 3 คน พักอาศัยอยู่ภายในหอพักแห่งหนึ่งในเขตจอมทอง จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาธนบุรีเพื่อขออนุมัติหมายค้น ซึ่งศาลได้อนุมัติหมายค้นที่ 22/2569 ลงวันที่ 24 มกราคม 2569

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำหมายค้นดังกล่าวเข้าตรวจค้นห้องพักเป้าหมาย พบผู้ต้องหาชาวจีนทั้ง 3 คน คือ นายเอ นายบี และนายซี (นามสมมติ) พักอาศัยอยู่ภายในห้องดังกล่าว โดยเข้ามาพักตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2568

จากการตรวจสอบหนังสือเดินทางและประวัติการเข้า–ออกประเทศ พบว่าผู้ต้องหาทั้งสามรายอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay) เกินกว่า 360 วัน

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้เคยทำงานเกี่ยวข้องกับขบวนการแก๊งสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน ต่อมาหลังถูกกวาดล้างพื้นที่ จึงหลบหนีเข้าประเทศไทยทางอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และได้เปลี่ยนโทรศัพท์มือถือรวมถึงซิมการ์ดใหม่ทั้งหมด ทำให้ไม่พบข้อมูลการกระทำผิดคงเหลืออยู่ในอุปกรณ์

ผู้ต้องหายอมรับว่าเข้ามาหลบซ่อนตัวในประเทศไทยเพื่อเตรียมเดินทางต่อไปยังประเทศที่สาม

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสามในข้อหา เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยการอนุญาตสิ้นสุด ก่อนนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย และผลักดันออกนอกราชอาณาจักรต่อไป

ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ