สืบเนื่องจากได้มีผู้เสียหายรายหนึ่ง เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท.3 ขณะตนเองใช้งานแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก ได้มีโฆษณาชักชวนทำงานออนไลน์เด้งเข้ามาในกล่องข้อความอัตโนมัติ ตนเองสนใจจึงกดลิงก์ที่เชื่อมต่อไว้ในโฆษณา แล้วปรากฎช่องให้กรอกข้อมูลส่วนตัวต่างๆ เพื่อลงทะเบียน หลังจากที่ลงทะเบียนเสร็จสิ้นแล้ว ได้มีไลน์ที่อ้างว่าเป็นแอดมินของบริษัท kk.thai ติดต่อมาหา แล้วแนะนำให้ทำงานออนไลน์ โดยอ้างว่าบริษัทดังกล่าวได้ร่วมมือกับแพลตฟอร์มช็อปปิ้งออนไลน์ชื่อดังหลายแบรนด์ มียอดสั่งสินค้าต่อวันจํานวนมาก

ผู้เสียหายสนใจจึงทำงานในหน้าที่รอกดรับออร์เดอร์แล้วแจกจ่ายให้กับทางร้านเพื่อรับค่าคอมมิชชั่น โดยต้องเติมเงินเข้าในระบบเพื่อสํารองจ่ายค่าสินค้าแทนให้ทางร้านค้าแล้วรับเงินทุนคืนพร้อมค่าคอมมิชชั่น ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารชื่อ น.ส.จารุภา จำนวน 11 ครั้ง รวมความเสียหายกว่า 93,000 บาท
ในส่วนของ บก.สอท.4 ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายรายหนึ่งว่า ได้รับสายโทรศัพท์ว่าตนเองมีพัสดุตกค้างที่ส่งไปยังปลายทางเมืองไทเป ประเทศไต้หวัน ภายในมีสิ่งของต้องห้ามเป็น สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 3 เล่ม บัตร ATM จำนวน 3 ใบ พาสปอร์ต จำนวน 5 เล่ม กัญชาน้ำหนัก 100 กรัม จำนวน 12 ก้อน ถูกซุกซ่อนอยู่ในเสื้อผ้า ต่อมา ได้มีไลน์ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย โทรหาผู้เสียหายแล้วแจ้งว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน โดยหลอกว่าผู้เสียหายได้เปิดบัญชีธนาคาร แล้วนำบัญชีดังกล่าวไปขายให้แก่ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินรายหนึ่ง พร้อมทั้งบอกรายละเอียดข้อมูลของคดีจนผู้เสียหายปักใจเชื่อว่าคือเรื่อจริง
ต่อมา คนร้ายแจ้งให้ผู้เสียหายนำเงินมาเป็นหลักประกันเพื่อไม่ให้ถูกดำเนินคดีอาญา จำนวน 15,000 บาท แล้วจะโอนเงินจำนวนดังกล่าวคืนให้ภายหลัง ผู้เสียหายตกลง คนร้ายจึงถามเกี่ยวกับบัญชีธนาคารที่มี แล้วแนะนำให้กดตั้งค่าป้องกันการถูกล้วงข้อมูล โดยหลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชัน TeamViewer ปรากฏว่าเงินถูกโอนออกไปยังบัญชีชื่อ น.ส.จารุภา จำนวน 13,556 บาท โดยไม่รู้ตัว ต่อมา คนร้ายได้แจ้งให้ผู้เสียหายใช้อีกบัญชีธนาคารโอนไปยังบัญชีของ ปปง. เพื่อเป็นเงินประกันตัว จำนวน 15,000 บาท โดยปลายทางบัญชีชื่อบัญชี น.ส.จารุภา เช่นกัน รวมความเสียหายทั้งสิ้นกว่า 28,000 บาท

จากทั้ง 2 กรณีดังกล่าว มีบัญชีปลายทางเป็นชื่อบุคคลคนเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจในแต่ละท้องที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการได้ โดยล่าสุด พ.ต.อ.อดิชาต อมรประดิษฐ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจนำหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ 284/2567 ลง 4 เม.ย.2567 เข้าจับกุม น.ส.จารุภา อายุ 27 ปี ได้ที่บริเวณริมถนนสาธารณะหน้าเรือนจำ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน
โดยดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่นฯ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจพว่าผู้ต้องหารายนี้ ยังมีหมายจับในคดีอื่นติดตัวอีกจำนวน 3 หมายจับ ทั้งในท้องที่ สภ.ท่าแพ, กก.2 บก.สอท.4 และ กก.2 บก.สอท.3 และยังเคยถูกดำเนินคดีจนเพิ่งพ้นโทษมาแล้ว 1 ครั้ง จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.สอท.3 ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมสืบสวนขยายผลในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ผู้สื่อข่าวกรุงเทพมหานคร รายงาน