สืบเนื่องจาก ได้มีผู้เสียหายเป็นอดีตข้าราชการหญิงวัยเกษียณรายหนึ่ง ได้ใช้งานแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก พบกลุ่มเฟซบุ๊กสาธารณะชื่อ “เกษียณรู้ใจ หาเพื่อนคุย เพื่อนกิน ชิวชิว” จากนั้นได้พบมิจฉาชีพซึ่งแฝงตัวเป็นสมาชิกกลุ่มโดยใช้ภาพโปรไฟล์เป็นผู้ชายหน้าตาดี แล้วเริ่มติดต่อมาชวนพูดคุยเรื่องทั่วไปกันผ่านโปรแกรม Messenger ภายหลังจึงเปลี่ยนไปพูดคุยกันในแอปพลิเคชันไลน์ แล้วพูดคุยเรื่องทั่วๆ ไปกันทุกวัน

ต่อมา ผู้เสียหายรู้สึกว่าสัญญาณการติดต่อกันผ่านแอปพลิชันไลน์ไม่ดี จึงได้แจ้งเบอร์โทรศัพท์ แล้วเปลี่ยนมาเป็นการโทรพูดคุยกัน มีการสอบถามสารทุกข์สุกดิบ แสดงความห่วงใยใส่ใจกัน ด้วยความที่ผู้เสียหายใช้ชีวิตอยู่คนเดียวและมีสถานะโสด อีกทั้งมิจฉาชีพรายดังกล่าวใช้คำพูดเชิงจิตวิทยาหว่านล้อมและพูดให้ความหวังเป็นประจำ เช่น บอกว่าต้องการคนที่เชื่อใจ ไว้ใจ และพร้อมเดินไปด้วยกัน หรือ อ้างว่าผู้เสียหายมีอะไรหลายๆ อย่างที่ตรงกัน เป็นต้น จึงทำให้ผู้เสียหายมีความรู้สึกดีให้และเกิดความไว้ใจ
หลังจากนั้น มิจฉาชีพเริ่มชักชวนให้ผู้เสียหายหารายได้ทางออนไลน์ โดยเริ่มต้นจากส่งลิงก์ให้ดาวน์โหลดแพลตฟอร์ม ชื่อ “LeLong” จากนั้นสอนให้สมัครสมาชิกเพื่อลงทะเบียนร้านค้าออนไลน์ พร้อมทั้งให้ถ่ายภาพบัตรประชาชนทั้งด้านหน้าและด้านหลังเพื่ออัปโหลดไปยังแพลตฟอร์มดังกล่าว และมิจฉาชีพยังอาสาออกแบบโลโก้ร้านให้ผู้เสียหายอีกด้วย

จากนั้น มิจฉาชีพได้แนะนำวิธีการใช้งานและการนำสินค้าเข้าแพลตฟอร์มดังกล่าว โดยครั้งแรกมิจฉาชีพแจ้งว่ามีลูกค้าต้องการซื้อสินค้า จึงให้ผู้เสียหายโอนเงิน จำนวน 473.14 บาท เพื่อนำเข้าออเดอร์ ปรากฎว่าได้กำไรและสามารถถอนเงินออกมาได้จริง จากนั้นมีออเดอร์ของลูกค้าเข้ามาอีก มิจฉาชีพก็ใช้เหตุผลต่างๆ เพื่อพูดจาหว่านล้อมให้ผู้เสียหายโอนเงินเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่หลักร้อยแล้วเพิ่มยอดโอนเงินสูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึง 2 ล้านบาทต่อครั้ง โดยแต่ละครั้งนั้นทางระบบจะแจ้งหมายบัญชีธนาคารที่แตกต่างกันไป แม้ผู้เสียหายเกิดความสงสัย มิจฉาชีพก็อ้างว่าระบบมีลูกค้าจำนวนมาก ทำให้บัญชีที่รับโอนเต็มวงเงิน จึงต้องมีหลายบัญชีในการรับโอน สุดท้ายผู้เสียหายโอนเงินไปทั้งสิ้น จำนวน 56 ครั้ง รวมเป็นเงิน 10,118,133.51 บาท โดยได้รับผลตอบแทนกลับมาเพียง 4,304.88 บาท เมื่อรู้ตัวจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ในเวลาต่อมา
จากกรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการได้แล้วหลายราย สามารถจับกุมตัวได้แล้วบางส่วน โดยล่าสุด พ.ต.อ.โรจน์ศักดิ์ นัยผ่องศรี ผกก.2 บก.สอท.1 ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจนำหมายจับศาลอาญาพระโขนงเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาได้อีก จำนวน 2 ราย ได้แก่ นายดลวี อายุ 20 ปี ควบคุมตัวได้ที่บ้านพักในพื้นที่ ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และ นายจิตรารุวัฒน์ อายุ 41 ปี ควบคุมตัวได้บริเวณริมหน้าแคมป์คนงานก่อสร้าง ในพื้นที่ หมู่ที่ 8 ซอยเต็งหนึ่ง ต.ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

โดยดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.สอท.1 ดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผล พร้อมเร่งติดตามตัวผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี รวมทั้งขยายผลไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรายอื่น เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทีมข่าวสยามนิวส์ รายงาน