พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือชี้แจงกรณีที่กระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ออกแถลงการณ์ปฏิเสธรายงานข่าวของสื่อมวลชนไทย พร้อมกล่าวหาว่าการยึดอาวุธของฝ่ายไทยเป็นการรุกล้ำอธิปไตยและเป็นการปล้นนั้น
จากการเข้าเคลียร์พื้นที่บริเวณคาสิโนทมอดา ที่ฝ่ายกัมพูชารุกล้ำอธิปไตยของไทยมาก่อนหน้านี้นั้น นาวิกโยธินได้ตรวจยึดอาวุธของฝ่ายกัมพูชาได้จำนวนมากจากคลังแสงที่กัมพูชาอ้างว่าเป็นของหน่วยตำรวจตระเวนชายแดนของตน ซึ่งเป็นที่น่าตกใจมาก คือทุ่นระเบิดสังหารที่มีการดัดแปลงจากทุ่นระเบิดรถถัง และดัดแปลงจากกระสุนปืนใหญ่จำนวนหนึ่ง ในลักษณะจุดชนวนด้วยกระแสไฟฟ้า

ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก : โฆษกกองทัพเรือ Naval Spokesperson
ซึ่งเป็นอาวุธที่เข้าข่ายต้องห้ามตามพันธกรณีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอนุสัญญาออตตาวา ว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิต และถ่ายโอนทุ่นระเบิดสังหารบุคคล การที่ทางการกัมพูชาที่ออกมายืนยันผ่านแถลงการณ์ว่า คลังอาวุธดังกล่าวเป็นของฝ่ายกัมพูชาเอง เป็นเรื่องที่สอดคล้องกับพยานหลักฐาน ภาพถ่าย และข้อมูลที่ฝ่ายไทยรวบรวมได้จากพื้นที่ ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงการครอบครองและการกระทำที่ละเมิดพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาออตตาวาอย่างไม่อาจปฏิเสธได้

ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก : โฆษกกองทัพเรือ Naval Spokesperson
กองทัพเรือขอย้ำว่า การปฏิบัติของฝ่ายไทยเป็นไปเพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ชายแดน และสอดคล้องกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศตรงกันข้าม การมีอยู่ของทุ่นระเบิดสังหารและอาวุธต้องห้ามในพื้นที่ใกล้แนวชายแดน กลับเป็นปัจจัยที่บ่อนทำลายความเชื่อมั่น และขัดต่อเจตนารมณ์ของผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) วาระพิเศษ ครั้งที่ 3 อย่างร้ายแรง
กองทัพเรือขอเรียกร้องให้กัมพูชาปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ตนเป็นภาคีอย่างเคร่งครัด ยุติการบิดเบือนข้อเท็จจริง และร่วมกันสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหาชายแดนด้วยสันติวิธีอย่างแท้จริง

ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก : โฆษกกองทัพเรือ Naval Spokesperson