วันที่ 3 ม.ค.2569 พ.ต.อ.ศราวุธ วะเท รองผบก.ตม.5 ในฐานะ โฆษก ตม.5 เปิดเผยเกี่ยวกับกรณีหญิงสาวรายหนึ่งร้องเรียนขอความเป็นธรรมกรณี มารดาถูกลูกจ้างสัญชาติเมียนมาขืนใจและทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ชีวิต เมื่อวันที่ 11 พ.ย.2568 ต่อมาคนร้ายถูกส่งตัวมายัง ตม.จว.ตาก และถูกผลักดันส่งกลับไปยังประเทศเมียนมา ทั้งที่คนต่างด้าวดังกล่าวอยู่ในระหว่างกระบวนการรอดำเนินคดี ว่า ทาง พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.ตม.5 ได้รับรายงานเหตุเบื้องต้นแล้ว และได้สั่ง ผกก.ตม.จว.ตาก ตรวจสอบข้อเท็จจริง
ผลการตรวจสอบพบว่า ก่อนเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 15 พ.ย.68 สภ.พะวอ จว.ตาก ได้ส่งตัวนายโทนตาอ่อง สัญชาติเมียนมา มายัง ตม.จว.ตาก เพื่อผลักดันส่งกลับไปนอกราชอาณาจักร และในวันเดียวกัน ได้มีหนังสือแจ้งขอชะลอการส่งกลับเนื่องจากอยู่ในระหว่างเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆ่าผู้อื่น แต่ขณะนั้น พนักงานสอบสวน ยังไม่ได้ออกหมายจับ เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนระหว่างการรอผลตรวจ DNA
จนกระทั่งเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.68 พนักงานสอบสวน สภ.พะวอ จว.ตาก ได้ขออนุมัติหมายจับ นายโทนตาอ่อง ในความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่น” และได้นำหมายจับพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องมาขอรับตัวผู้ต้องหาตามหมายจับไปดำเนินคดีตามกฎหมาย
ต่อมาจึงได้ทราบภายหลังว่า คนต่างด้าวดังกล่าวถูกส่งกลับไปนอกราชอาณาจักรแล้ว ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ย.68 ซึ่งพบว่าเจ้าหน้าที่งานผลักดัน ตม.แม่สอด ได้ดำเนินการผลักดันคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 50 ราย กลับเมียนมา โดยตรวจสอบภายหลัง พบว่าในจำนวนนี้มี นายโทนตาอ่อง สัญชาติเมียนมา รวมอยู่ด้วย โดยเจ้าหน้าที่งานผลักดัน ตม.แม่สอด ยืนยันว่าไม่ปรากฏว่า มีการรับแจ้งการขอชะลอการส่งกลับ แต่อย่างใด
เมื่อทราบเหตุดังกล่าว ผบก.ตม.5 จึงได้สั่ง ตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่ห้องกัก ตม.ตาก ผลัดที่รับตัวผู้ต้องหา โดยในชั้นนี้ ถือเป็นความบกพร่องที่ปรากฏชัดแจ้งซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า พบสิ่งบ่งชี้ว่าเป็นความบกพร่องโดยเจตนา หรือเลินเล่อ เพื่อใช้เป็นข้อมูลดำเนินการทางวินัย และ คดีอาญา กับผู้ที่เกี่ยวข้อง ต่อไปอย่างถึงที่สุด
สำหรับตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ ซึ่งถูกผลักดันกลับไปยังประเทศเมียนมา แล้วนั้น ผบก.ตม.5 ได้จัดชุดสืบสวน ประสานงานกับทางการเมียนมา ติดตามตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยโดยเร็วที่สุด และได้กำชับการปฏิบัติไปยังหัวหน้าหน่วยในสังกัดหากผู้ต้องกัก ที่มีสถานะเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีอาญา และมีการประสานมายังหน่วย ตม.ในการชะลอการส่งกลับ ให้เจ้าหน้าที่ รายงานให้หัวหน้าหน่วยทราบในทันที เพื่อสั่งการ กำชับการปฏิบัติไม่ให้เกิดความบกพร่อง และเสียหายต่อไป