อำมหิต! รัวยิงแม่ 62-ลูกสาวดับสลดคาบ้าน หลาน 2 ขวบโดนลูกหลงสาหัส เผยชนวนเหตุชวนตกใจ ตร.เร่งล่าคนร้าย
อำมหิต! รัวยิงแม่ 62-ลูกสาวดับสลดคาบ้าน หลาน 2 ขวบโดนลูกหลงสาหัส เผยชนวนเหตุชวนตกใจ ตร.เร่งล่าคนร้าย
ข่าวอาชญากรรม

อำมหิต! รัวยิงแม่ 62-ลูกสาวดับสลดคาบ้าน หลาน 2 ขวบโดนลูกหลงสาหัส เผยชนวนเหตุชวนตกใจ ตร.เร่งล่าคนร้าย

ฟังข่าวนี้

เมื่อเวลาประมาณ 20.00 น.ของวันที่ 17 ส.ค. 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางโทรัด จ.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งเหตุมีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงคนเสียชีวิต ที่บ้านไม่มีเลขที่ ริมทางรถไฟ ม.2 ต.บางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดสมุทรสาคร เจ้าหน้าที่สืบสวน สภ.บางโทรัด เจ้าหน้าที่วิทยาการ กองพิสูจน์หลักฐานสมุทรสาคร แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลสมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่มูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านมุงจากลักษณะคล้ายกระต๊อบริมบ่อ ภายในพบร่างไร้วิญญาณ 2 ศพ ทราบต่อมาคือ นางบุปผา ปรียงค์ อายุ 62 ปี ชาว ต.บางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร สภาพศพนอนหงายจมกองเลือด ถูกกระสุนปืนขนาด 9 มม.ยิงเข้าที่บริเวณกลางหน้าอก 1 นัด ไหปลาร้า 1 นัด ราวนมด้านซ้าย 1 นัด และจมูก 1 นัด ส่วนอีกศพเสียชีวิตอยู่ใกล้กันคือ นางสาวอริษรา ทองอำไพ อายุ 22 ปี ลักษณะนอนตะแคงคว่ำหน้าอยู่ โดยถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่บริเวณศรีษะด้านหลัง 3 นัด ซึ่งผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน เป็นแม่ลูกกัน

นอกจากนี้ ยังพบเด็กเล็กชื่อ เด็กหญิงเอ นามสมมุติ อายุ 2 ปี 2 เดือน ถูกกระสุนถากเข้าที่เอว 1 นัด เจ้าหน้าที่ฯ รีบนำส่งโรงพยาบาลสมุทรสาคร ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บปลอกกระสุนขนาด 9 มม. ได้จำนวน 3 ปลอก จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามนายบุญมา ทองอำไพ อายุ 83 ปี สามีของป้าบุปผาฯ ผู้เสียชีวิต เล่าว่า ลุงกับป้า ได้มาเช่าที่ทำบ่อปลาเลี้ยงกุ้งอยู่ที่นี่ โดยมีลูกสาวที่ทำงานอยู่ร้านขายกาแฟกับหลานวัย 2 ขวบ (ลูกของหญิงสาวที่เสียชีวิต) พักอาศัยอยู่ด้วยกันรวม 4 คน ซึ่งลุงมีหน้าที่ทำบ่อ ส่วนป้ามีหน้าที่เลี้ยงหลาน โดยก่อนเกิดเหตุช่วงตอนกลางวัน ขณะที่ลุงไปดายหญ้าอยู่ด้านหลังกระต๊อบตรงบ่อเลี้ยงปลา ก็มีชายวัยรุ่น 2 คน อายุประมาณ 20 ปีกว่า ๆ มายิงปืนข้างบ้าน โดยหนึ่งในนั้นเป็นหลานชายของญาติเมียมากับเพื่อนอีก 1 คน อายุไล่เลี่ยกันแต่ลุงไม่รู้จัก

พอลุงได้ยินเสียงปืนดังขึ้นกว่า 20 นัด ก็รีบเดินมาดูแล้วก็ตะโกนว่า ทำอะไรกัน พวกเขาก็บอกว่ามายิงนก ลุงจึงบอกว่าไปยิงที่อื่นหลานกูร้อง จากนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรอีก แล้วลุงก็เดินกลับไปดายหญ้าต่อ ทำให้ไม่รู้ว่าภายหลังเกิดอะไรขึ้น ก่อนที่พวกนั้นจะออกไป ส่วนป้าได้ออกไปแจ้งความที่โรงพักแล้วก็กลับมาตอนเย็น กระทั่งมาตอนช่วงหัวค่ำ ตนไปเปิดน้ำเข้าบ่อ แล้วก็ได้ยินเสียงปืนดังปัง ๆ ตนก็เดินมาเรียกที่บ้านแต่ปรากฏว่าเงียบกันหมด มีแต่หลานบอกว่ายายตายแล้ว ตนก็ขึ้นไปดูเห็นเลือดเต็มไปหมดเลยสองคนแม่ลูก จากนั้นตนก็ไปหยิบโทรศัพท์มาโทรไป 191 แจ้งว่ามีคนโดนยิงให้รีบมา

ขณะที่ทางด้านของนางสาวจุฑามาศ ทองอำไพ อายุ 35 ปี ลูกสาวคนโตของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ตอนกลางวันแม่ได้โทรมาเล่าให้ฟังว่าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว แล้วแม่ก็ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.บางโทรัด ซึ่งตนที่อยู่อีกบ้านหนึ่งก็ไปเป็นเพื่อนแม่ด้วย โดยช่วงที่อยู่โรงพักทางญาติของแม่ที่เป็นครอบครัวของหลานที่เข้ามาก่อเหตุกับเพื่อนนั้น ได้โทรศัพท์มาหาแม่แล้วบอกว่า ให้ช่วยถอนแจ้งความ อย่าเอาเรื่องกับหลานเลย แต่แม่บอกกลับไปว่า จะไม่ให้แจ้งความได้อย่างไร ก็เพื่อนหลานเล่นเอาปืนจ่อกลางหน้าผากแล้วยังลงมาที่กลางหน้าอกอีก

เพราะว่าหลังจากที่ลุงเดินออกมาบอกให้ไปยิงที่อื่นหลานร้อง ตนก็บอกว่าถ้าไม่หยุดจะไปแจ้งความ เท่านั้นแหล่ะไอ้เพื่อนหลานที่มีปืนในมือ ก็เดินเข้ามาเอาปืนจ่อกลางหน้าผากแล้วลงมาที่กลางหน้าอกอีก พร้อมกับพูดว่าถ้าไปแจ้งความจะยิงให้ตาย ทำให้แม่กลัวมาก แต่ก็มาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน กระทั่งต่อมา ตอนเย็นพอหลังจากที่แม่กับตนให้ปากคำเสร็จสิ้นที่โรงพักแล้ว ตนก็ให้แม่กลับบ้านกับน้องสาวที่เลิกงานพอดี จากนั้นพอตอนหัวค่ำก็ปรากฎว่ามีคนร้ายมายิงแม่กับน้องเสียชีวิตในบ้าน และยังมีหลานวัย 2 ขวบซึ่งเป็นลูกของน้องสาว ถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บ รักษาตัวในห้องไอ.ซี.ยู ทั้งนี้ หากจะถามว่าตนสงสัยใครก็คงหนีไม่พ้น 2 คนข้างต้น เพราะที่บ้านไม่เคยมีเรื่องหรือมีปัญหาใดๆกับใครมาก่อน

ส่วนทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางโทรัด ได้เปิดเผยว่า ตอนเวลาประมาณ 11.10 น. วันที่ 17 ส.ค. นางบุปผา ปรียงค์ อายุ 62 ปี ได้มาที่ สภ.บางโทรัด และแจ้งว่า ได้มีชาย 2 คน ได้ใช้อาวุธปืนยิงและข่มขู่ บริเวณริมทางรถไฟ ณ บ้านไม่มีเลขที่ ทราบชื่อผู้ก่อเหตุ คือ นายเกียร์ และนายปาล์ม ไม่ทราบชื่อจริง และนามสกุล หลังจากก่อเหตุได้หลบหนีไป ซึ่งเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวน

ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรสาคร รายงาน

เรียบเรียง siamnews

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ