ออกทุกปี! ส่องเลขมงคล พิธีบวงสรวงอนุเสาวรีย์นายอำเภอคนแรก เมืองลับแล
เสี่ยงดวง - หวย

ออกทุกปี! ส่องเลขมงคล พิธีบวงสรวงอนุเสาวรีย์นายอำเภอคนแรก เมืองลับแล

วันที่ 14 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนชาวจังหวัดอุตรดิตถ์และชาวเมืองลับแล อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ได้ร่วมกันจัดพิธีบวงสรวงอนุสาวรีย์พระศรีพนมมาศ ปูชนียบุคคลที่ชาวลับแลให้ความเคารพนับถือ ผู้สร้างคุณูปการต่อเมืองลับแลและบุคคลต้นแบบการดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เนื่องในงานสืบสานงานประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2569 ในพิธีได้มีการจัดแท่นบวงสรวง อันประกอบด้วย หัวหมูต้ม ไก่ต้ม ไข่ต้ม อาหารควาวหวาน น้ำเขียวน้ำแดง ผลไม้นาๆชนิด ข้าวตอกดอกไม้

ซึ่งในการประกอบพิธี พราหมได้มีการ กล่าวบูชาพระรัตรตรัย กล่าวสรรญเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ พร้อมกับกล่าวอัญเชิญเทพเทวา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกชั้น ทวยเทพทุกพระองค์ เจ้าที่เจ้าทาง ร่วมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ในครั้งนี้ พร้อมกับได้ประกอบพิธีถวายเครื่องสักกาาระอนุเสาวรีย์พระศรีพนมมาศและเทพเทวาสิ่งศักดิ์ที่มาร่วมในพิธีในครั้งนี้ จากนั้นประชาชนชาวจังหวัดอัตรดิตถ์และชาวเมืองลับแล ได้ร่วมกันปักธูป และโปรยข้าวตอกดอกไม้ นางรำได้ร่ายรำถวายพระพศรีพนมมาศและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รับพรอันประเสริฐจากดวงวิญญาณพระศรีพนมมาศนายอำเภอลับแลคนแรกของชาวอำเภอลับแล และรับพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อัญเชิญมาร่วมพิธีในครั้งนี้

ในขณะเดียวกันประชาชนที่มาร่วมพิธีได้มีการจุดธูปขอโชครับโชคปีใหม่ไทย ซึ่งจุดธูปเสี่ยงโชคต่อหน้าพระศรีพนมมาศ ณ แท่นบวงสรวง ซึ่งภายหลังจากธูปไหม้หมด ปรากฏเป็นตัวเลข 995 ซึ่งชาวบ้านสายมูต่างก็นำโทรศัพท์มาถ่ายรูปไว้เพื่อนำไปเสี่ยงโชค หวังเป็นเศรษฐีต้อนรับปีใหม่ไทยนอกจากนี้ ก่อนเสร็จสิ้นพิธีบวงสรวงพระศรีพนมมาศ นายอำเภอคนแรกของชาวลับแล สายมูยังได้จุดประทัศถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอโชคขอลาภ โดยภายหลังจากการจุดประทัด เลขหางประทัดที่ได้คือ เลข 2 ตัวคือ 05 เลข 3 ตัวคือ 884 สายมูต่างนำโทรศัพท์มาถ่ายรูปไว้ เพื่อนไปเสี่ยงโชคในงวดที่จะมาถึงอีกด้วย

ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่เล่าว่า พิธีบวงสรวงพระศรีพนมมาศ นายอำเภอคนแรกของชาวอำเภอลับแล จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงสงกรานต์หรือปีใหม่ไทย เพื่อเป็นการรึกถึง นายอำเภอที่เป็นผู้สร้างคุณูปการต่อเมืองลับแลและบุคคลต้นแบบการดำรงชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และภายหลังจากเสร็จพิธีบวงสรวงก็จะมีการขอโชคจากสิ่งศักดิ์ และก็จะได้ตัวเลขนำไปเสียงโชคถูกรางวัลกันเกือบทุกปีในช่วงปีใหม่ไทยแบบนี้

สำหรับ พระศรีพนมมาศ เดิมชื่อ นายทองอิน มีบิดาเป็นชาวจีน ชื่อ ตั้วตี๋ แซ่ตัน มีมารดาชื่อ นิ่ม เป็นชาวอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม พระศรีพนมมาศเกิดที่บ้านยางกะได เมืองลับแล เมื่อ พ.ศ.2404 เมื่อเล็กๆ บิดามารดาได้ยกให้เป็นลูกของหลวงพ่อน้อย วัดป่ายาง หลวงพ่อน้อยได้ตั้งชื่อให้ว่า ทองอิน เมื่อมีอายุได้ 12 ปี บิดามารดาก็นำไปฝากวัดไว้โดยอยู่กับหลวงพ่อต้น วัดน้ำใส เพื่อให้เข้าศึกษาเล่าเรียน เมื่ออายุครบที่จะบวช ได้อุปสมบทที่วัดน้ำใส ในเมืองลับแล 1 พรรษา แล้วสึกออกมาช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพ  อาชีพเริ่มแรกของนายทองอินคือการค้าขาย เริ่มต้นแต่หาบแร่ของไปขายยังชุมชนต่าง ๆ ในท้องที่อำเภอลับแล และบางครั้งก็ไปจนถึงอำเภอหาดเสี้ยว ซึ่งได้แก่อำเภอศรีสัชนาลัยในปัจจุบัน ทำงานเช่นนี้อยู่ 5 ปี ก็ได้เข้าทำงานเป็นนายอากรโรงต้มกลั่นอำเภอหาดเสี้ยว เป็นเวลานานถึง 10 ปี กิจการเจริญขึ้นเป็นลำดับ จนมีคนรู้จักและนับหน้าถือตาเป็นจำนวนมากยิ่งขึ้น

นายทองอิน มีภรรยาหลายคน แต่ไม่มีบุตรเลยนอกจากจะมีบุตรบุญธรรม ซึ่งนำมาเลี้ยงไว้หลายคน เท่าที่พอจะสืบทราบมาได้ก็ เช่น ขุนอำไพพานิช (บุย สีหาอำไพ) (ซึ่งเป็นบิดาของหลวงนิตย์เวชชวิศิษฏ์, นายกฤษณ์ อินทโกศัย, หลวงพรรณานิคมเขต, นายบ้วน อินทชัยศรี และนายประวิทย์ ธรรมโกวิทย์)  นายทองอิน เป็นคนที่มีความคิดก้าวหน้ายิ่งกว่าคนอื่นในเขตเดียวกัน เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสเมืองอุตรดิตถ์ และเมืองลับแลเมื่อวันที่ 23 ถึง 26 ตุลาคม พ.ศ. 2444 ทางอำเภอลับแลได้ตั้งพลับพลารับเสด็จบน ม่อนจำศีล นายทองอินได้เป็นหัวหน้าคนสำคัญในการรับเสด็จในครั้งนี้ โดยจัดขบวนแห่บั้งไฟ และปราสาทผึ้ง มีช้างแห่ไปในขบวนถึง 25 เชือก และมีการแสดงพระธรรมเทศนา เรื่อง พระแท่นศิลาอาสน์ด้วย ในการเสด็จประพาสจังหวัดอุตรดิตถ์และเมืองลับแลในครั้งนี้

นายทองอินได้จัดการรับเสด็จเป็นที่พอพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง และได้เข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทด้วยความจงรักภักดี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงทราบข่าวการได้ทำงานต่างๆ ซึ่งเป็นการทำประโยชน์ให้กับเมืองลับแล เช่น การสร้างถนน การสร้างเหมืองฝายของ นายทองอิน อีกทั้งทรงทราบนิสัยของนายทองอินอีกด้วยว่าเป็นคนดีราษฎรรักใคร่นับถือมาก สมควรที่จะได้ความชอบเป็นพิเศษ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้นายทองอิน เป็น ขุนพิศาลจีนะกิจ พระราชทานนามถนนสายที่นายทองอินเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการจัดสร้างเพื่อรับเสด็จว่า ถนนอินใจมี

ต่อมาในวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ.2447 นายทองอินได้รับการเลื่อนบรรดาศักดิ์และพระราชทานบรรดาศักดิ์ให้เป็น หลวงศรีพนมมาศ ตำแหน่งเจ้าเมืองลับแล ขึ้นตรงต่อเมืองพิชัย ถือศักดินา 1,000 ไร่ บังคับบัญชาปลัดยกกระบัตรกรรมการเมืองและบรรดาราษฎรอยู่ในแขวงเมืองลับแลทั้งสิ้น และในวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2451 นายทองอินได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระศรีพนมมาศ ตำแหน่งนายอำเภอเมืองพิชัย ถือศักดินา 1,000 ไร่ ให้ทำหน้าที่ช่วยผู้ว่าราชการเมืองพิชัย ภายหลังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศเป็น อำมาตย์ตรี ดำรงตำแหน่งเกษตรมณฑลพิษณุโลก ในราชทินนามเดิม พระศรีพนมมาศ ได้ถึงแก่กรรมด้วยโรคลมปัจจุบัน อันเนื่องมาจากโรคเบาหวานเมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2464 รวมอายุได้ 60 ปี ได้รับพระราชทานเพลิงศพเมื่อวันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2465 ณ ประรำพิธีซึ่งตั้งขึ้นข้างบ้านพระศรีพนมมาศ โดย พระกัลยาวัฒนวิศิษฐ์ เป็นประธานการจัดงาน และพร้อมด้วยบุตรหลานและภริยาของท่าน

ผู้สื่อข่าวจังหวัดอุตรดิตถ์ รายงาน