แพทย์เตือน 5 สัญญาณ ยูริกสูง เสี่ยงเกาต์-ไตเสื่อม แบบไม่รู้ตัว
สุขภาพ

แพทย์เตือน 5 สัญญาณ ยูริกสูง เสี่ยงเกาต์-ไตเสื่อม แบบไม่รู้ตัว

วานนี้ (9 มี.ค. 2569) นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก หมอเจด เปิดเผย 5 สัญญาณ ยูริกสูง เสี่ยงเกาต์ ไตเสื่อม แบบไม่รู้ตัว หลายคนคิดว่ากรดยูริกสูงจะต้องปวดข้อรุนแรงเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว ก่อนจะเกิดอาการข้ออักเสบชัด ๆ ร่างกายมักมีสัญญาณเตือนบางอย่างมาก่อน เพียงแต่หลายคนไม่ทันสังเกต หรือคิดว่าเป็นอาการเล็ก ๆ ทั่วไป จนปล่อยให้ระดับกรดยูริกสูงสะสมอยู่นาน ถ้าปล่อยไว้นาน

นอกจากจะทำให้ข้ออักเสบแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงโรคเกาต์ นิ่วในไต และโรคไตเสื่อมได้ด้วยนะ วันนี้ผมเลยสรุป 5 สัญญาณกรดยูริกสูงที่หลายคนอาจไม่รู้ตัว

1. ปวดข้อเป็น ๆ หาย ๆ โดยเฉพาะตอนกลางคืน

หลายคนจะเริ่มมีอาการปวดข้อแบบแปลบ ๆ หรือปวดตุ๊บ ๆ เป็นพัก ๆ โดยเฉพาะตอนกลางคืน หรือช่วงเช้ามืด บางครั้งอาการอาจหายไปเองภายใน 1–2 วัน ทำให้หลายคนคิดว่าแค่ข้ออักเสบธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วอาจเป็นช่วงที่ผลึกกรดยูริกเริ่มสะสมในข้อ และกระตุ้นการอักเสบเป็นระยะ ๆ ได้

2. ข้อบวม แดง ร้อน โดยเฉพาะที่นิ้วหัวแม่เท้า

จุดที่พบบ่อยมากคือ นิ้วหัวแม่เท้า แต่ก็สามารถเกิดที่ข้อเท้า ข้อเข่า หรือข้อนิ้วมือได้เช่นกัน อาการมักจะบวม แดง ร้อน และเจ็บมากเวลาเดินหรือขยับข้อ ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของการอักเสบจากผลึกกรดยูริกในข้อ

3. ตื่นเช้ามาแล้วข้อแข็ง ขยับลำบาก

บางคนจะเริ่มรู้สึกว่าข้อแข็งตอนเช้า เช่น กำมือไม่ค่อยได้ ขยับข้อไม่คล่อง ต้องขยับสักพักถึงจะดีขึ้น อาการแบบนี้อาจเกิดจากการอักเสบระดับเล็ก ๆ ในข้อจากการสะสมของกรดยูริก บางคนจะรู้สึกตึงข้อ หรือฝืดข้อช่วงเช้า โดยเฉพาะบริเวณนิ้วมือ นิ้วเท้า หรือข้อเท้า ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการอักเสบในข้อได้

4. มีก้อนแข็ง ๆ ใต้ผิวหนังบริเวณข้อ

ถ้าปล่อยให้กรดยูริกสูงอยู่นาน อาจเกิด ก้อนผลึกยูริกสะสมใต้ผิวหนัง เรียกว่า โทฟัส (Tophi) มักพบตามข้อศอก นิ้วมือ นิ้วเท้า หรือใบหู ลักษณะจะเป็นก้อนแข็ง ๆ ใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นสัญญาณว่าระดับยูริกสูงมานานพอสมควรแล้ว

5. ปวดหลังหรือปวดสีข้างเป็นพัก ๆ

บางคนอาจไม่มีอาการปวดข้อชัดเจน แต่เริ่มมีอาการ ปวดสีข้าง ปวดหลัง หรือปัสสาวะแสบขัดเป็นพัก ๆ ซึ่งอาจเกิดจากการที่กรดยูริกสูงไปเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด นิ่วในไต ได้เช่นกัน บางคนอาจมีอาการปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะแสบ หรือรู้สึกจุกแน่นบริเวณเอวด้านหลัง โดยเฉพาะเวลานั่งนานหรือดื่มน้ำน้อย ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการเริ่มก่อตัวของนิ่วได้

วิธีลดกรดยูริกในเลือดง่าย ๆ ที่ช่วยได้จริง

- ดื่มน้ำให้เพียงพอ วันละประมาณ 2–3 ลิตร เพื่อช่วยให้ไตขับกรดยูริกออกทางปัสสาวะได้ดีขึ้น

- ลดอาหารพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ อาหารทะเลบางชนิด และน้ำซุปเข้มข้น

- ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์ เพราะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างกรดยูริกมากขึ้น

- ควบคุมน้ำหนัก เพราะภาวะน้ำหนักเกินทำให้ระดับยูริกสูงได้ง่าย

- เพิ่มผัก ผลไม้ และอาหารที่มีวิตามิน C ซึ่งอาจช่วยให้ร่างกายขับกรดยูริกได้ดีขึ้น

กรดยูริกสูงหลายครั้ง ไม่ได้แสดงอาการชัดเจนในช่วงแรก บางคนตรวจเลือดแล้วถึงเพิ่งรู้ว่าระดับยูริกสูงมานานแล้ว เพราะฉะนั้นถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมกับปัจจัยเสี่ยง เช่น กินอาหารพิวรีนสูง ดื่มแอลกอฮอล์บ่อย น้ำหนักเกิน หรือมีโรคไต ควรตรวจเลือดเช็กระดับกรดยูริกไว้บ้าง เพราะถ้าควบคุมระดับกรดยูริกได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงเกาต์ นิ่วในไต และไตเสื่อมในระยะยาวได้

ข่าวที่คุณอาจสนใจ