หากจะพูดถึงเรื่องสุขภาพ หรือคุณหมอสายสุขภาพ เชื่อว่าหลายคนคงนึกถึง นพ.ศุภฤกษ์ วิจารณาญาณ หรือ หมอโอ๊ค ล่าสุด หมอโอ๊ค ออกมาเตือนพฤติกรรมการกินของคนไทย ผ่านเพจเฟซบุ๊ก หมอโอ๊ค DoctorSixpack หลังพบเคสผู้ป่วยไตวายเฉียบพลันที่มีสาเหตุหลักจากการใช้ชีวิตประจำวัน โดยชี้ว่า อาหารไทยยอดฮิต หลายเมนูที่คนส่วนใหญ่บริโภคเป็นประจำ อาจเป็นตัวเร่งให้ไตเสื่อมเร็วแบบไม่รู้ตัว
หมอโอ๊ค เปิดเผยว่า หลังเดินทางกลับจากสหรัฐอเมริกาเพื่อศึกษาต่อด้านเวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) ที่ Harvard Medical School ได้มีโอกาสตรวจรักษาผู้ป่วยรายหนึ่งในโรงพยาบาลย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งพบภาวะไตวายเฉียบพลันอย่างน่าตกใจ โดยค่าการทำงานของไต (eGFR) ลดลงจากระดับ 70 กว่า (ระยะที่ 2) เหลือเพียง 29 (ระยะที่ 4) ภายในระยะเวลาเพียง 3 เดือน
จากการซักประวัติพบว่า ผู้ป่วยไม่มีปัจจัยทางพันธุกรรม แต่มีพฤติกรรมการกินที่เสี่ยงสูง เช่น รับประทานอาหารรสเค็มจัด ดื่มน้ำอัดลมและน้ำผลไม้หวานแทนน้ำเปล่า กินก๋วยเตี๋ยวเรือครั้งละหลายชาม โดยเน้นอาหารแปรรูป และปิดท้ายด้วยผลไม้รสหวานจัดทุกมื้อ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นปัจจัยเร่งการเสื่อมของไต
แพทย์อธิบายว่า โรคไตถือเป็น ฆาตกรเงียบ เนื่องจากในระยะแรกมักไม่แสดงอาการ แม้ไตจะเสียหายไปมากกว่า 70% แล้วก็ตาม ผู้ป่วยจำนวนมากจึงมารู้ตัวเมื่อเข้าสู่ระยะสุดท้าย (End-Stage Renal Disease: ESRD) ซึ่งไตไม่สามารถทำงานได้อีกต่อไป ส่งผลให้ต้องฟอกเลือดสัปดาห์ละหลายครั้ง มีข้อจำกัดในการใช้ชีวิต และมีอัตราการรอดชีวิตในระยะยาวค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะจากภาวะแทรกซ้อนด้านหัวใจและหลอดเลือด
ทั้งนี้ หมอโอ๊คได้ระบุถึง 10 เมนูอาหารไทยยอดนิยมที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเร่งไตวาย เนื่องจากมีปริมาณโซเดียม น้ำตาล และไขมันสูง ได้แก่
1. ส้มตำปลาร้า / ส้มตำปู (โซเดียม 1,913 mg)
ทำไมถึงแย่ : น้ำปลาร้าและผงชูรสมหาศาลทำให้ความดันพุ่งทะลุปรอท ไตต้องทำงานหนักเพื่อขับเกลือทิ้ง
เมนูทดแทน : ส้มตำไทย (สั่งแม่ค้าไม่ใส่ผงชูรส ลดน้ำปลาลงครึ่งหนึ่ง บีบมะนาวแท้เพิ่มความเปรี้ยว)
2. ต้มยำกุ้งน้ำข้น (โซเดียม 1,726 mg)
ทำไมถึงแย่ : น้ำพริกเผา นมข้นจืด และน้ำปลา คือการรวมตัวของไขมันเลวและโซเดียมที่ทำให้เลือดหนืดข้น
เมนูทดแทน : ต้มยำกุ้งน้ำใส (ไม่ใส่น้ำพริกเผา เน้นสมุนไพร ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และที่สำคัญ ห้ามซดน้ำซุป)
3. สุกี้แห้ง (โซเดียม 1,300 - 1,500 mg)
ทำไมถึงแย่ : น้ำจิ้มสุกี้ที่ราดลงไปชุ่ม ๆ อุดมไปด้วยโซเดียมและน้ำตาลทรายที่ขูดขีดหลอดเลือดไต
เมนูทดแทน : สุกี้น้ำ (เน้นผักและเต้าหู้ ใส่น้ำจิ้มแค่ 1 ช้อนชาเพื่อแต่งรส และไม่ซดน้ำซุป)
4. แกงพะแนงหมู (โซเดียม 1,349 mg)
ทำไมถึงแย่ : เครื่องแกงสำเร็จรูปและกะทิเคี่ยวแตกมัน ทำให้เกิดภาวะอักเสบในหลอดเลือด
เมนูทดแทน : หมูสับ (ไม่ติดมัน) รวนน้ำจิ้มแจ่วโซเดียมต่ำ ทานคู่กับผักสด
5. แกงมัสมั่นไก่ (โซเดียม 1,303 mg)
ทำไมถึงแย่ : หวานจัด เค็มจัด มันจัด ครบสูตรการสร้างไขมันพอกตับและภาวะดื้ออินซูลิน
เมนูทดแทน : ต้มจืดไก่สับปั้นก้อนใส่ผักกาดขาวและเห็ดหอม
6. ผัดไทย (โซเดียม 1,138 mg)
ทำไมถึงแย่ : แป้งเส้นจันท์ที่ดูดซับน้ำมัน ผสมกับน้ำมะขามเปียกที่เคี่ยวกับน้ำตาลปี๊บและน้ำปลา ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งกระชาก
เมนูทดแทน : ยำเส้นแก้วหรือเส้นบุก ใส่กุ้งลวกและเห็ดหูหนู (เส้นใยสูง ไม่กระตุ้นอินซูลิน)
7. ยำมาม่า (โซเดียม 1,000+ mg)
ทำไมถึงแย่ : เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถูกทอดในน้ำมันและซึมซับโซเดียมไว้เต็มที่ ยิ่งโดนผงปรุงรสยิ่งทำลายไต
เมนูทดแทน : ยำวุ้นเส้น (เน้นวุ้นเส้นถั่วเขียวแท้ ใส่เห็ดรวม ปรุงรสด้วยมะนาวสดและพริกขี้หนู)
8. แกงเขียวหวานไก่ (โซเดียม 870 mg)
ทำไมถึงแย่ : คล้ายพะแนงครับ เครื่องแกงและกะทิทำร้ายระบบหลอดเลือดโดยตรง
เมนูทดแทน : แกงเลียงผักรวม (ใช้ความเผ็ดร้อนจากพริกไทยดำและสมุนไพรขยายหลอดเลือด ลดการใส่กะปิ
9. ต้มข่าไก่ (โซเดียม 854 mg)
ทำไมถึงแย่ : ความเค็มมันจากกะทิและเกลือ ทำให้ไตสูญเสียสมดุลการขับน้ำ
เมนูทดแทน : ไก่นึ่งสมุนไพร หรือปลาทับทิมนึ่งจิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ดหญ้าหวาน
10. ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตก (โซเดียม 842 mg)
ทำไมถึงแย่ : นี่คือเมนูที่ทำร้ายคนไข้ของหมอครับ น้ำซุปเลือดข้นๆ ซีอิ๊วดำ และ ลูกชิ้น/หมูยอ (เนื้อสัตว์แปรรูป) มีฟอสฟอรัสสังเคราะห์ที่ดูดซึมเข้าเลือด 100% ไตขับไม่ออกจนกลายเป็นหินปูนเกาะหลอดเลือด
เมนูทดแทน : ก๋วยเตี๋ยวน้ำใสเส้นหมี่ขาว (สั่งไม่ใส่ลูกชิ้น ไม่ใส่กระเทียมเจียว ใส่แต่เนื้อสัตว์ต้ม และห้ามซดน้ำซุปเด็ดขาด