ไม่ได้มีแค่สีน้ำตาล! หลายคนเพิ่งรู้ พาสปอร์ตไทยมี 5 สี ใช้ผิดประเภทอาจมีปัญหา
ไม่ได้มีแค่สีน้ำตาล! หลายคนเพิ่งรู้ พาสปอร์ตไทยมี 5 สี ใช้ผิดประเภทอาจมีปัญหา
ข่าวสังคม - โซเชียล

ไม่ได้มีแค่สีน้ำตาล! หลายคนเพิ่งรู้ พาสปอร์ตไทยมี 5 สี ใช้ผิดประเภทอาจมีปัญหา

ฟังข่าวนี้

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เผยข้อมูลเกี่ยวกับหนังสือเดินทางของประเทศไทย โดยระบุว่า แม้คนส่วนใหญ่จะคุ้นเคยกับพาสปอร์ตไทยที่ใช้เดินทางไปต่างประเทศ แต่ความจริงแล้วประเทศไทยมีหนังสือเดินทางทั้งหมด 5 สี ซึ่งแต่ละสีออกให้แก่บุคคลต่างประเภท และมีวัตถุประสงค์ในการใช้งานแตกต่างกัน

ข้อมูลจากตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ระบุว่า หนังสือเดินทางของประเทศไทยแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้

1. พาสปอร์ตสีน้ำตาล

เป็นหนังสือเดินทางธรรมดา ออกให้สำหรับประชาชนทั่วไป ใช้ในการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อการท่องเที่ยว ศึกษาต่อ ทำงาน หรือวัตถุประสงค์ทั่วไป

2. พาสปอร์ตสีน้ำเงิน

เป็นหนังสือเดินทางราชการ ออกให้แก่ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อใช้เดินทางไปปฏิบัติภารกิจราชการเท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้เดินทางส่วนตัวได้ และมีอายุการใช้งานไม่เกิน 5 ปี

3. พาสปอร์ตสีเขียว

เป็นหนังสือเดินทางชั่วคราว หนังสือเดินทางพระ และหนังสือเดินทางเพื่อไปประกอบพิธีฮัจญ์ ใช้ในกรณีเร่งด่วน เช่น หนังสือเดินทางสูญหายระหว่างอยู่ต่างประเทศ รวมถึงออกให้พระภิกษุและชาวมุสลิมที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ในกรณีพิเศษ

4. พาสปอร์ตสีขาว

เป็นหนังสือเดินทางฉุกเฉิน ใช้ออกให้สำหรับการเดินทางกลับประเทศไทยเท่านั้น ในกรณีที่หนังสือเดินทางสูญหายหรือหมดอายุระหว่างพำนักอยู่ในต่างประเทศ โดยมีอายุการใช้งานประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี

5. พาสปอร์ตสีแดง

เป็นหนังสือเดินทางทูต ออกให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการทูต บุคคลสำคัญ หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจทางการทูต บุคคลทั่วไปไม่สามารถขอออกได้ และในบางกรณีผู้ถือหนังสือเดินทางประเภทนี้อาจได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามอนุสัญญาระหว่างประเทศ หรือตามตำแหน่งและภารกิจที่ได้รับมอบหมาย

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะถือพาสปอร์ตสีใด สิ่งที่เหมือนกันคือ หากเป็นพาสปอร์ตปลอม ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย โดยมีโทษสำหรับผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้ใช้งาน ดังนี้

ปลอมพาสปอร์ต มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับ 20,000-200,000 บาท

ใช้พาสปอร์ตปลอม มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับ 20,000-200,000 บาท

ขายหรือจัดหาพาสปอร์ตปลอม มีโทษหนักที่สุด จำคุกตั้งแต่ 3-20 ปี และปรับ 60,000-400,000 บาท

นอกจากนี้ ผู้กระทำผิดยังอาจถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง รวมถึงถูกขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ซึ่งอาจส่งผลให้ไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศต่าง ๆ ได้ ตามกฎหมายและข้อกำหนดของแต่ละประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ