เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อท 195/2568 ลงโทษจำคุกนายวิรัติ หรืออดีตพระเทพวัชรสิทธิเมธี อดีตเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร และอดีตเจ้าอาวาสวัดท่าหลวง พระอารามหลวง เป็นเวลา 12 ปี ในคดีเบียดบังเงินงบประมาณด้านการศึกษา พร้อมสั่งให้คืนเงินหรือชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 3,000,000 บาท แก่ผู้เสียหาย คือ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์พิจิตร (มจร.พิจิตร)
คดีดังกล่าว พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายวิรัติ ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์สินโดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
จากพฤติการณ์ที่ปรากฏในสำนวน ระบุว่า ขณะดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดพิจิตร และปฏิบัติหน้าที่กำกับดูแลมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์พิจิตร นายวิรัติได้รับเงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา จำนวน 3,000,000 บาท เพื่อนำไปใช้พัฒนา มจร.พิจิตร โดยเงินดังกล่าวถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัวของนายวิรัติ
อย่างไรก็ตาม นายวิรัติกลับไม่นำเงินเข้าบัญชีของมหาวิทยาลัยตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค อีกทั้งพนักงานสอบสวนพบพยานหลักฐานว่า มีการร่วมมือกับบุคคลภายนอก ซึ่งเป็นกลุ่มของ น.ส.วิลาวัลย์ หรือ สีกากอล์ฟ เบียดบังเงินจำนวนดังกล่าวไปเป็นประโยชน์ส่วนตน
การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์สินโดยทุจริต และมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตลอดกระบวนการดำเนินคดี ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวทั้งในชั้นฝากขังและระหว่างการพิจารณาคดี ส่งผลให้นายวิรัติถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำมาโดยตลอด
ทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องจริง จึงพิพากษาลงโทษจำคุกเป็นเวลา 12 ปี และมีคำสั่งให้คืนเงินหรือชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 3,000,000 บาท แก่ มจร.พิจิตร ซึ่งเป็นผู้เสียหายในคดี