ไม่ทนแล้ว! เผยสาเหตุ หมอทวีศิลป์ ตัดสินใจลาออกจากราชการ
ไม่ทนแล้ว! เผยสาเหตุ หมอทวีศิลป์ ตัดสินใจลาออกจากราชการ
ข่าวสังคม - โซเชียล

ไม่ทนแล้ว! เผยสาเหตุ หมอทวีศิลป์ ตัดสินใจลาออกจากราชการ

ฟังข่าวนี้

จากกรณีดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ โพสต์ภาพร่วมกับ พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ แพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พร้อมเปิดเผยว่า พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ ได้ตัดสินใจยื่นใบลาออกจากราชการแล้ว เพื่อเดินหน้าต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตนเอง

โดย ดร.ธนกฤต ระบุข้อความว่า หมอไม่ทน วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 พลตำรวจโท นายแพทย์ ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ แพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ ตัดสินใจยื่นใบลาออกออกจากการรับราชการ เพื่อมาต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมของตนเอง จากนี้ต่อไป เจอกันทุกหน่วยงาน ทั้งแพ่งและอาญา แน่นอน

โพสต์ดังกล่าว

การประกาศลาออกครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงนามในคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ ไปปฏิบัติหน้าที่ช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิมทันที มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569

สำหรับสาเหตุของคำสั่งดังกล่าว สืบเนื่องจากคณะกรรมการแพทยสภามีมติพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมของ พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ จากกรณีการพักรักษาตัวชั้น 14 ของนายทักษิณ ชินวัตร

ทั้งนี้ ในคำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า การพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมถือเป็นมาตรการชั่วคราวที่ส่งผลให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ทางการแพทย์ได้ตามปกติ ประกอบกับอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากยังคงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ จึงมีความจำเป็นต้องให้ไปช่วยราชการ เพื่อให้การดำเนินงานของหน่วยงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส และเป็นธรรม

นอกจากนี้ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา คณะกรรมการตำรวจ (ก.ตร.) ยังได้ถอนวาระการเสนอชื่อ พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ เพื่อพิจารณาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกจากระเบียบวาระการประชุมอีกด้วย

อย่างไรก็ตามการตัดสินใจยื่นลาออกจากราชการของ พล.ต.ท.นพ.ทวีศิลป์ จึงถูกจับตาเป็นอย่างมาก เนื่องจากเจ้าตัวประกาศชัดว่าจะเดินหน้าใช้กระบวนการทางกฎหมาย ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตนเองต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ