ภายหลัง “กัน จอมพลัง” พาญาติของครอบครัวชาวไทย 3 ราย ซึ่งตกเป็นเหยื่อคดีฆาตกรรมและถูกฝังอำพรางศพ เข้าพบ พ.ต.อ.วสุรัชย์ ชัยธีราพัฒน์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาสกร ไพจิตต์ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และ พ.ต.อ.วราวุฒิ นิตยวัน ผู้กำกับการ สภ.ห้วยใหญ่ เพื่อรับฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับการติดตามคดีบุคคลสูญหาย หลังครอบครัวตั้งข้อสังเกตว่าไม่ได้รับแจ้งความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะทราบภายหลังว่าผู้สูญหายทั้งสามรายถูกฆาตกรรม
รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีกล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมยืนยันว่า หลังรับแจ้งเหตุบุคคลสูญหาย ตำรวจได้ดำเนินการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับทุกข้อมูลและพยานหลักฐานที่ได้รับ เพียงแต่รายละเอียดเชิงลึกบางส่วนไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อรูปคดี
ด้าน พ.ต.อ.วราวุฒิ นิตยวัน ผู้กำกับการ สภ.ห้วยใหญ่ ยอมรับว่า แม้ชุดสืบสวนจะดำเนินการติดตามคดีมาโดยตลอด แต่การสื่อสารและการแจ้งความคืบหน้าให้ครอบครัวรับทราบยังมีข้อบกพร่อง พร้อมกล่าวขอโทษและรับปากว่าจะปรับปรุงการทำงาน เพื่อให้ญาติผู้สูญหายได้รับข้อมูลอย่างต่อเนื่องมากขึ้น
ตำรวจเปิดเผยว่า หลังได้รับแจ้งการหายตัวของพ่อ แม่ และลูกสาว เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบบ้านพักหลายครั้ง ทั้งกลางวันและกลางคืน พบว่าภายในบ้านยังมีไฟเปิดอยู่ มีผู้มาให้อาหารสุนัข และมีรถกระบะจอดอยู่ตามปกติ ขณะที่รถจักรยานยนต์หายไปพร้อมกับสมาชิกทั้งสามคน
นอกจากนี้ ยังพบเอกสารเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินภายในบ้าน ทำให้ช่วงแรกต้องตั้งสมมติฐานการสืบสวนหลายแนวทาง รวมถึงความเป็นไปได้ที่ผู้สูญหายอาจเดินทางออกจากพื้นที่จากปัญหาหนี้สิน หรือมีบุคคลเข้ามาทวงหนี้ โดยย้ำว่าเป็นเพียงแนวทางสืบสวน ไม่ใช่ข้อสรุปว่าผู้เสียชีวิตหลบหนีหนี้
ต่อมา เมื่อชุดสืบสวนคลี่คลายคดีการหายตัวของสองพี่น้องชาวรัสเซีย พบพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงมายังคดีครอบครัวชาวไทย ทั้งข้อมูลบุคคลและยานพาหนะ จึงทำให้สามารถยกระดับการสืบสวนและเชื่อมโยงผู้ต้องหาได้อย่างชัดเจน
พ.ต.อ.ภาสกร ไพจิตต์ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ระบุว่า ชุดสืบสวนมีข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มผู้เกี่ยวข้องอยู่ก่อนแล้ว แต่ยังขาดหลักฐานสำคัญ จนกระทั่งได้รับข้อมูลจากคดีชาวรัสเซีย ซึ่งเปรียบเสมือน “จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย” ทำให้สามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับกระแสข่าวที่กล่าวหาว่าผู้ต้องหาหลักเป็นสายข่าวหรือมีความใกล้ชิดกับตำรวจนั้น ทั้งผู้กำกับการ สภ.ห้วยใหญ่ และผู้กำกับการสืบสวน ยืนยันว่า ยังไม่มีหลักฐานสนับสนุนข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมระบุว่า หากพบเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือผู้กระทำผิด จะดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น
ผู้กำกับการสืบสวนชี้แจงเพิ่มเติมว่า การนำตัวผู้ต้องหากลับมาสอบปากคำเพิ่มเติม เป็นเพราะข้อจำกัดด้านระยะเวลาควบคุมตัวตามกฎหมาย ทำให้ต้องเร่งจัดทำสำนวนเพื่อยื่นฝากขังศาล จึงยังมีบางประเด็นที่ต้องสอบสวนเพิ่มเติม ไม่ได้หมายความว่าพบผู้เสียชีวิตหรือคดีใหม่ตามที่มีกระแสข่าวเผยแพร่
ขณะเดียวกัน ตำรวจยอมรับว่าพื้นที่รับผิดชอบมีพื้นที่ป่าและที่รกร้างจำนวนมาก ประกอบกับถนนสาย 331 และพื้นที่โดยรอบยังมีกล้องวงจรปิดไม่ครอบคลุม จึงเห็นว่าควรเร่งผลักดันการติดตั้งกล้องและระบบไฟส่องสว่างเพิ่มเติม เพื่อป้องกันการก่อเหตุและการอำพรางศพในอนาคต
หลังการหารือ กัน จอมพลัง เปิดเผยว่า ประเด็นที่ครอบครัวกังวลได้รับคำชี้แจงจากตำรวจแล้ว โดยเฉพาะเรื่องการสื่อสารความคืบหน้าคดี พร้อมมองว่าการที่ผู้กำกับการ สภ.ห้วยใหญ่ ออกมายอมรับข้อบกพร่องและกล่าวขอโทษ ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อครอบครัวผู้สูญเสีย
พร้อมเสนอให้ตำรวจตรวจสอบคดีคนหายในพื้นที่ชลบุรีและจังหวัดใกล้เคียงย้อนหลัง ว่ามีคดีใดอาจเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ต้องหาหรือไม่ รวมถึงขอให้ทุกฝ่ายระมัดระวังการเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงผู้เสียชีวิตกับยาเสพติด ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัว
ด้านญาติผู้เสียชีวิตระบุว่า หลังรับฟังคำชี้แจงจากตำรวจ รู้สึกสบายใจขึ้นในระดับหนึ่ง เพราะทราบว่ามีการสืบสวนมาอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ขาดการสื่อสารกับครอบครัว พร้อมยอมรับคำขอโทษของตำรวจ แต่ยังคงเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างถึงที่สุด และใช้คดีนี้เป็นบทเรียนในการรับแจ้งบุคคลสูญหายในอนาคต
ตำรวจยืนยันว่าจะนำข้อเสนอแนะทั้งหมดไปปรับปรุงการปฏิบัติงาน พร้อมเดินหน้ารวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลคดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้กระทำผิดทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และคืนความเป็นธรรมแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ราย.