ด่วน! นิวยอร์ก ประกาศสภาวะฉุกเฉิน โรคหัด หลังยอดระบาดพุ่ง มีผู้เสียชีวิตแล้ว เผยอาการเสี่ยง ต้องระวัง
ด่วน! นิวยอร์ก ประกาศสภาวะฉุกเฉิน โรคหัด หลังยอดระบาดพุ่ง มีผู้เสียชีวิตแล้ว เผยอาการเสี่ยง ต้องระวัง
ข่าวต่างประเทศ

ด่วน! นิวยอร์ก ประกาศสภาวะฉุกเฉิน โรคหัด หลังยอดระบาดพุ่ง มีผู้เสียชีวิตแล้ว เผยอาการเสี่ยง ต้องระวัง

ฟังข่าวนี้

รัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข หลังเผชิญการระบาดของ “โรคหัด” (Measles) โดยทางการได้ขยายขอบเขตบุคลากรทางการแพทย์ที่สามารถให้วัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน หรือ วัคซีน MMR เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีนได้มากขึ้น

ข้อมูลในเดือนตุลาคม 2569 ระบุว่า รัฐนิวยอร์กพบผู้ป่วยโรคหัดแล้วกว่า 108 ราย โดยในจำนวนนี้ 92 รายตรวจพบเชื้อตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา และพบการระบาดมากเป็นพิเศษในพื้นที่ชนบท ซึ่งมีอัตราการได้รับวัคซีนค่อนข้างต่ำ

สำนักงานผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กระบุว่า ในจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมด มี 7 รายอยู่ในนครนิวยอร์ก และอีก 101 รายอยู่นอกพื้นที่นครนิวยอร์ก ขณะที่หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ต่าง ๆ ได้เร่งฉีดวัคซีนไปแล้วกว่า 1,000 โดส ในพื้นที่ชนบท นับตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม

การประกาศภาวะฉุกเฉินครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางสถานการณ์การระบาดใน รัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งอยู่ใกล้กับรัฐนิวยอร์ก โดยล่าสุดพบผู้ติดเชื้อโรคหัดแล้วกว่า 1,004 ราย และมีผู้เสียชีวิต 5 ราย ส่งผลให้ทางการนิวยอร์กต้องเพิ่มมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาด

โรคหัดคืออะไร คนไทยควรกังวลหรือไม่?

โรคหัด เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่เกิดจาก measles virus จัดอยู่ในกลุ่มโรคไข้ออกผื่น โดยพบได้บ่อยในเด็กเล็ก แต่ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุก็สามารถติดเชื้อได้เช่นกัน

โรคหัดสามารถแพร่กระจายได้ง่ายมากผ่านละอองฝอยจากระบบทางเดินหายใจ เช่น การไอและจาม โดยเชื้อไวรัสสามารถคงอยู่ในอากาศได้นานประมาณ 2 ชั่วโมง ผู้ที่สัมผัสเชื้อและไม่มีภูมิคุ้มกัน มีโอกาสติดเชื้อสูงถึงประมาณ 90%

ผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่ประมาณ 4 วันก่อนเริ่มมีผื่น ไปจนถึง 4 วันหลังผื่นขึ้น และในผู้ป่วยบางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

อาการโรคหัดที่ควรสังเกต

โรคหัดมีระยะฟักตัวประมาณ 7-14 วัน หลังได้รับเชื้อ จากนั้นจะเริ่มมีอาการตามลำดับ

ระยะแรก ผู้ป่วยมักมีไข้สูง อ่อนเพลีย ไอมาก และตาแดง โดยอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นประมาณ 2-4 วัน ก่อนที่จะมีผื่น นอกจากนี้บางรายอาจพบจุดสีขาวบริเวณกระพุ้งแก้ม เรียกว่า Koplik spots ซึ่งเป็นลักษณะที่ช่วยบ่งชี้โรคหัด

ระยะผื่น มักเกิดขึ้นประมาณ 3-5 วันหลังเริ่มมีอาการ โดยจะมีผื่นแดงเริ่มบริเวณศีรษะหรือใบหน้า ก่อนกระจายลงมาตามลำตัว แขน และขา ผื่นอาจมีสีเข้มขึ้นและรวมตัวเป็นปื้น ขณะเดียวกันผู้ป่วยยังอาจมีไข้สูง ไอ ตาแดง และต่อมน้ำเหลืองโต เมื่อพ้นระยะนี้ไข้มักลดลง แต่ไอและผื่นอาจคงอยู่ต่ออีกประมาณ 1-2 สัปดาห์

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

แม้ผู้ป่วยจำนวนมากจะสามารถหายจากโรคได้ แต่โรคหัดอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น ปอดบวม หูชั้นกลางอักเสบ ท้องเสีย สมองอักเสบ รวมถึงการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน

กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ได้แก่ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้ที่ใช้ยากดภูมิหรืออยู่ระหว่างการรักษาด้วยเคมีบำบัด หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภาวะทุพโภชนาการ

การรักษาโรคหัด

ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสที่ใช้รักษาโรคหัดโดยตรง การรักษาจึงเน้นไปที่การดูแลตามอาการ เช่น การลดไข้ การรับประทานอาหารที่มีสารอาหารเพียงพอ และในบางกรณีแพทย์อาจพิจารณาให้ วิตามินเอ ซึ่งมีส่วนช่วยลดความรุนแรงของโรคและภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะในเด็ก

ป้องกันโรคหัดอย่างไร?

เนื่องจากโรคหัดแพร่กระจายได้ง่าย การ ฉีดวัคซีน MMR ถือเป็นวิธีสำคัญในการป้องกันโรค โดยเฉพาะในผู้ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน

หากพบผู้ที่มีอาการน่าสงสัย เช่น มีไข้สูง ไอ ตาแดง และตามด้วยผื่นแดง ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้อื่น และติดต่อสถานพยาบาลหรือหน่วยงานสาธารณสุขก่อนเดินทางไปรับบริการ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถวางมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อได้อย่างเหมาะสม

สำหรับคนไทย แม้การระบาดที่กล่าวถึงจะเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา แต่โรคหัดสามารถแพร่กระจายข้ามประเทศได้ การตรวจสอบประวัติการได้รับวัคซีนและการมีภูมิคุ้มกันจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ