เว็บไซต์ cnn รายงานว่า เจ้าหน้าที่ทางการอิตาลีตรวจพบเงินสดมูลค่า 3.2 ล้านยูโร หรือประมาณ 121.7 ล้านบาท ซุกซ่อนอยู่ภายในผนัง พื้น และเฟอร์นิเจอร์ของอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในเมืองเนเปิลส์ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ระหว่างปฏิบัติการบุกตรวจค้นตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา 34 ราย
ตามแถลงการณ์ของกองกำลังตำรวจคาราบินิเอรีแห่งเนเปิลส์ที่ให้ข้อมูลกับ CNN ระบุว่า เจ้าหน้าที่ปราบปรามมาเฟียพบเงินสดเป็นธนบัตรชนิด 50 ยูโร ซุกซ่อนอยู่ภายในที่พักแห่งหนึ่งในเมืองไคบาโน (Caivano)
ธนบัตรทั้งหมดถูกห่อด้วยพลาสติกใสและจัดเรียงเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ ซ่อนอยู่ใต้กระเบื้องพื้นและผนัง รวมถึงลิ้นชักลับภายในตู้เสื้อผ้า เจ้าหน้าที่ต้องนำเงินออกมาใส่ในถังพลาสติกสำหรับถูพื้น ก่อนขนย้ายขึ้นรถหุ้มเกราะ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดนาฬิกาหรู Rolex จำนวน 11 เรือน พร้อมอาวุธปืนและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายยาเสพติด ตามข้อมูลที่เปิดเผยในการแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์
ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนลับที่ดำเนินมานานหลายเดือน นำโดย Nicola Gratteri อัยการปราบปรามมาเฟียแห่งเนเปิลส์ ซึ่งเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า เจ้าหน้าที่ได้ดักฟังโทรศัพท์มือถือของสมาชิกแก๊งอาชญากรรมที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ โดยโทรศัพท์เหล่านี้ถูกลักลอบนำเข้าไปให้ผู้ต้องขังผ่านทางญาติ
Gratteri กล่าวกับผู้สื่อข่าวในเมืองเนเปิลส์ว่า
“เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของปฏิบัติการครั้งนี้ เพียงแค่บ้านหลังเดียว เราก็สามารถยึดเงินสดได้ถึง 3.2 ล้านยูโร หรือประมาณ 121.7 ล้านบาท รวมถึงนาฬิกามีมูลค่าสูงอีกจำนวนหนึ่ง”
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ข้อมูลที่นำไปสู่การบุกตรวจค้นครั้งนี้มาจากผู้ให้ข้อมูล ซึ่งยอมให้การต่ออัยการเพื่อแลกกับการได้รับความคุ้มครอง
ผู้ต้องหาทั้ง 34 รายถูกกล่าวหาว่าเป็นสมาชิกของแก๊ง Angelino ซึ่งเป็นกลุ่มมาเฟียชื่อฉาว โดย Gratteri เปิดเผยกับ CNN ว่า แก๊งดังกล่าวได้แทรกซึมเข้าไปมีอิทธิพลในเมืองไคบาโนอย่างกว้างขวาง จนทำให้รัฐบาลท้องถิ่นต้องอยู่ภายใต้การบริหารจัดการโดยกระบวนการยุติธรรมเมื่อปีที่ผ่านมา
ย้อนกลับไปในปี 2566 รัฐบาลของ Giorgia Meloni นายกรัฐมนตรีอิตาลี ได้ริเริ่มโครงการฟื้นฟูเมืองและป้องกันอาชญากรรมที่เรียกว่า “Caivano Model”
Alfredo Mantovano เลขาธิการคณะรัฐมนตรี กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อเดือนกันยายน 2566 ว่า
“กฤษฎีกาไคบาโนมีเป้าหมายเพื่อกำหนดรูปแบบการดำเนินงานที่สามารถนำมาใช้ได้ทันทีในเมืองไคบาโน และขยายไปยังพื้นที่เสื่อมโทรมอื่น ๆ ของประเทศเมื่อมีเงื่อนไขที่เหมาะสม”
Mantovano กล่าวเพิ่มเติมว่า รูปแบบดังกล่าวไม่ได้มุ่งพิจารณาเฉพาะปัญหาอาชญากรรมในกลุ่มเยาวชนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการจัดหากิจกรรมเชิงบวกและทางเลือกอื่นให้กับเยาวชน เพื่อไม่ให้ต้องหันไปใช้ชีวิตบนท้องถนนหรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด
อย่างไรก็ตาม หลังการจับกุมครั้งล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สมาชิกพรรคฝ่ายค้านหลายรายได้หยิบยกปฏิบัติการครั้งนี้ขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นหลักฐานสะท้อนความล้มเหลวของโครงการดังกล่าว
Francesco Borrelli สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรค Greens and Left Alliance กล่าวว่า
“ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เราได้เห็นนายกรัฐมนตรีและบรรดารัฐมนตรีเดินทางไปปรากฏตัวในพื้นที่ พร้อมกล่าวอ้างถึงการ ‘กวาดล้าง’ ซึ่งในมุมมองของเรา ถูกนำเสนอราวกับว่าเป็นชัยชนะเด็ดขาดเหนืออาชญากรรมที่มีการจัดตั้งเป็นองค์กร แต่ความเป็นจริงที่ปรากฏจากการสืบสวนกลับแตกต่างออกไป”
ตามแถลงการณ์ของกองกำลังตำรวจคาราบินิเอรี ผู้ต้องหาทั้ง 34 รายถูกกล่าวหาในข้อหาสมคบกันก่ออาชญากรรมในรูปแบบมาเฟีย ค้ายาเสพติด กรรโชกทรัพย์ และครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่าย
นอกเหนือจากการยึดเงินสด อาวุธปืน และนาฬิกาหรูแล้ว เจ้าหน้าที่ยังสามารถเปิดเผยรูปแบบการดำเนินงานของเครือข่ายอาชญากรรมดังกล่าวได้อีกด้วย
Gratteri อธิบายว่า แก๊งนี้ใช้วิธีการทำงานในลักษณะ “ผู้ประกอบการ” โดยจัดคนทำงานเป็นกะเหลื่อมเวลากัน เพื่อดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมายที่ถูกกล่าวหา เช่น การค้ายาเสพติดและการกรรโชกทรัพย์
สำหรับเงินที่ตรวจยึดได้ทั้งหมดจะถูกส่งเข้าสู่ “กองทุนยุติธรรม” (Justice Fund) ของประเทศ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนผู้เสียหายจากอาชญากรรมที่มีการจัดตั้งเป็นองค์กร
อย่างไรก็ตาม Gratteri ซึ่งหน่วยงานของเขาเผชิญกับการปรับลดงบประมาณจากรัฐบาลในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ได้กล่าวติดตลกว่า เงินส่วนหนึ่งควรถูกนำมาใช้สนับสนุนการดักฟังโทรศัพท์เพิ่มเติม
ขากล่าวว่า “ผมกำลังนึกถึงช่วงเวลาที่รัฐมนตรีต้องการลดการดักฟังโทรศัพท์เพื่อประหยัดงบประมาณ แต่เพียงแค่วันนี้ เงิน 3.2 ล้านยูโร หรือประมาณ 121.7 ล้านบาท ที่เราพบ ซึ่งจะถูกส่งตรงเข้าสู่กองทุนยุติธรรม ก็เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในการดักฟังโทรศัพท์ตลอดหนึ่งปีในเนเปิลส์เพียงแห่งเดียวแล้ว และเรายังจำเป็นต้องดำเนินปฏิบัติการลักษณะนี้อีกหลายครั้ง”