อินโดนีเซียเผชิญแผ่นดินไหวรอบสองภายในวันเดียว ล่าสุดเกิดแรงสั่นสะเทือนขนาด 6.4 บริเวณตอนเหนือของเกาะสุมาตรา โดยศูนย์วิจัยธรณีศาสตร์แห่งเยอรมนี (GFZ) รายงานว่า จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ลึกประมาณ 158 กิโลเมตร
เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังอินโดนีเซียเพิ่งเผชิญแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.7 นอกชายฝั่ง ส่งผลให้อาคารและบ้านเรือนบางส่วนพังถล่ม มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 38 ราย และสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงอยู่เป็นระยะ
ก่อนหน้านี้ ทางการอินโดนีเซียได้ประกาศเตือนภัยสึนามิ หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.7 แต่ต่อมาได้ยกเลิกคำเตือน หลังสำนักงานอุตุนิยมวิทยา ภูมิอากาศ และธรณีฟิสิกส์ของอินโดนีเซีย หรือ BMKG ระบุว่า จากการติดตามสถานการณ์ไม่พบการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลอย่างมีนัยสำคัญที่อาจเป็นอันตรายต่อชุมชนชายฝั่ง
อินโดนีเซียตั้งอยู่บนแนววงแหวนแห่งไฟในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นบริเวณที่มีการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกและเกิดแผ่นดินไหว รวมถึงภูเขาไฟระเบิดอยู่บ่อยครั้ง โดยแนวพื้นที่ดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่ญี่ปุ่น ผ่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไปจนถึงพื้นที่โดยรอบมหาสมุทรแปซิฟิก
ที่ผ่านมา อินโดนีเซียเคยเผชิญภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่มาแล้วหลายครั้ง โดยปี 2535 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.7 บริเวณเกาะฟลอเรส ตามมาด้วยคลื่นสึนามิ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตราว 2,500 ราย
ขณะที่ปี 2547 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 9.1 นอกชายฝั่งเกาะสุมาตรา ก่อนก่อให้เกิดคลื่นสึนามิครั้งรุนแรงที่ส่งผลกระทบไปทั่วภูมิภาค มีผู้เสียชีวิตประมาณ 220,000 ราย โดยราว 170,000 รายอยู่ในอินโดนีเซีย ถือเป็นหนึ่งในภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในประวัติศาสตร์
ต่อมาในปี 2561 เกาะลอมบอกเผชิญแผ่นดินไหวรุนแรงและแรงสั่นสะเทือนตามมาอีกหลายครั้ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 550 ราย ส่วนช่วงปลายปีเดียวกัน เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.5 ตามมาด้วยสึนามิบริเวณเกาะสุลาเวสี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหรือสูญหายมากกว่า 4,300 ราย
เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งล่าสุดจึงทำให้ประชาชนในอินโดนีเซียต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความกังวลว่าอาจเกิดแรงสั่นสะเทือนตามมาอีก