เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความตื่นตระหนกและเป็นที่จับตา เมื่อมีภาพขณะสายฟ้าฟาดลงบนหอไอเฟล สัญลักษณ์สำคัญใจกลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนองอย่างหนัก หลังจากที่ฝรั่งเศสต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัดต่อเนื่องหลายวันจากอิทธิพลของคลื่นความร้อนรุนแรง

ภาพจาก AP
แม้เหตุฟ้าผ่าครั้งนี้จะไม่ได้สร้างความเสียหายร้ายแรงต่อโครงสร้างของหอไอเฟล แต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นต่อหน้าสาธารณชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากนี้ ได้สะท้อนให้เห็นถึงสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างหนักในภูมิภาค หลังจากที่ฝรั่งเศสเพิ่งบันทึกอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในหลายพื้นที่

ภาพจาก AP
สำนักงานสาธารณสุขฝรั่งเศสได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าเป็นห่วงว่า คลื่นความร้อนรอบล่าสุดนี้ส่งผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงวันที่ร้อนที่สุดของสัปดาห์ที่ผ่านมา ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า ในวันพุธซึ่งเป็นวันที่ฝรั่งเศสมีอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,200 คน ก่อนที่ตัวเลขจะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 1,400 คนต่อวันในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์

ภาพจาก AP
เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม ซึ่งมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยวันละประมาณ 900-1,000 คน หน่วยงานสาธารณสุขประเมินว่า คลื่นความร้อนเพียง 3 วันดังกล่าว ได้ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1,000 ราย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระบุว่าตัวเลขดังกล่าวยังคงเป็นการประเมินเบื้องต้น และอาจเพิ่มสูงขึ้นอีกเมื่อมีการรวบรวมข้อมูลผู้เสียชีวิตอย่างครบถ้วน รวมถึงผู้ที่เสียชีวิตภายในบ้านพักอาศัย
สถานการณ์สภาพอากาศสุดขั้วจากคลื่นความร้อนยังคงส่งผลกระทบในหลายประเทศทั่วทวีปยุโรป ขณะที่นักวิทยาศาสตร์ได้ออกมาเตือนว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้มีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นบ่อยครั้งและมีความรุนแรงมากขึ้นในอนาคต อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก