แม่ชาวญี่ปุ่นยื่นฟ้องร้อง เรียกค่าเสียหายกว่า 100 ล้านเยน หลังลูกสาววัย 16 ปี ที่ทำงานดูแลผู้พิการ ถูกตำรวจจับกุมทั้งที่ไม่ได้กระทำความผิด ข่มขู่ให้รับสารภาพในห้องขังนาน 18 วัน ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา
แม่ชาวญี่ปุ่นยื่นฟ้องร้อง เรียกค่าเสียหายกว่า 100 ล้านเยน หลังลูกสาววัย 16 ปี ที่ทำงานดูแลผู้พิการ ถูกตำรวจจับกุมทั้งที่ไม่ได้กระทำความผิด ข่มขู่ให้รับสารภาพในห้องขังนาน 18 วัน ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ข่าวต่างประเทศ

แม่ชาวญี่ปุ่นยื่นฟ้องร้อง เรียกค่าเสียหายกว่า 100 ล้านเยน หลังลูกสาววัย 16 ปี ที่ทำงานดูแลผู้พิการ ถูกตำรวจจับกุมทั้งที่ไม่ได้กระทำความผิด ข่มขู่ให้รับสารภาพในห้องขังนาน 18 วัน ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ฟังข่าวนี้

สำนักข่าวของประเทศญี่ปุ่น Yahoo! JAPAN ได้มีการรายงานคดีที่กำลังเป็นกระแสพากันวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เมื่อแม่ของหญิงสาว รูนะ (Runa) (นามสมมุติ) วัย 16 ปี ได้ยื่นฟ้องต่อศาลแขวงโกเบทางตะวันตกของญี่ปุ่น เพื่อเรียกค่าเสียหายจากรัฐบาลญี่ปุ่นและรัฐบาลท้องถิ่นจังหวัดเฮียวโงะเป็นจำนวนเงิน 100 ล้านเยน (ราว 22 ล้านบาท) จากกรณีที่ลูกสาวของเธอต้องเสียชีวิตลงอย่างทรมาน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเหยื่อที่น่าสลดใจที่สุด จากระบบที่เรียกว่า Hostage Justice หรือ ระบบยุติธรรมแบบตัวประกัน

โดยเรื่องสะเทือนใจนี้เริ่มต้นขึ้นในเดือนมิถุนายนปี 2025 รุนะซึ่งเป็นเด็กสาวที่รักและทุ่มเททำงานในสถานดูแลผู้พิการทางสติปัญญาขั้นรุนแรงที่ครอบครัวบริหารอยู่ ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมในข้อหา ทำร้ายร่างกาย หลังจากมีผู้ร้องเรียนว่า ในช่วงงานปาร์ตี้วันวาเลนไทน์ รุนะได้เข้าไปห้ามผู้รับการดูแลรายหนึ่งที่กำลังจะอ้าปากกัดผู้ป่วยอีกคน โดยเธอใช้วิธีแตะมือเข้าที่คางของผู้ป่วยเพื่อดันออกอย่างเบามือเพื่อความปลอดภัย แต่กลับถูกตีความว่าเป็นการทารุณกรรม

รุนะยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองมาโดยตลอด แต่ในระบบยุติธรรมของญี่ปุ่น ผู้ต้องหาที่ปฏิเสธข้อกล่าวหามักจะถูกควบคุมตัวไว้ในเรือนจำก่อนการพิจารณาคดีเป็นเวลานานอย่างโหดร้าย และถูกตัดขาดจากการติดต่อกับครอบครัว โดยเจ้าหน้าที่จะใช้การคุมขังนี้เป็นเครื่องมือบีบบังคับให้ยอมรับสารภาพเพื่อแลกกับการปล่อยตัว ซึ่งกรณีของรุนะ เธอถูกกักขังยาวนานถึง 18 วัน

ทนายความฝ่ายโจทก์ได้เปิดเผยบันทึกไดอารี่ของรุนะที่เขียนไว้ขณะถูกคุมขัง ซึ่งมีรอยคราบน้ำตาเปื้อนอยู่ทั่วหน้ากระดาษ บันทึกระบุว่า เธอถูกพนักงานสอบสวนกดดันและใช้คำพูดข่มขู่สารพัด เช่น แกทำใช่ไหม? พูดความจริงมาเถอะ, ถ้าสารภาพตอนนี้เรื่องจะง่ายขึ้นเยอะ รวมถึงขู่ว่าจะส่งตัวเธอเข้าสถานพินิจ และจะไม่ได้เจอหน้าแม่อีกหากไม่ยอมรับสารภาพ รุนะเขียนระบายในบันทึกว่า ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ คืนอิสรภาพให้ฉันเถอะ ฉันจะไม่ยอมแพ้

ความกดดันทางจิตใจจากการสูญเสียอิสรภาพส่งผลให้รุนะเกิดอาการ ภาวะจิตใจแปรปรวนจากการถูกคุมขัง ร่างกายปฏิเสธและต่อต้านอาหารจนกระทั่งในวันที่ 17 ของการถูกขัง รุนะได้เกิดอาการอาเจียนและล้มฟุบหมดสติลง เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลภายนอก ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่า เธอมีภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง แต่ตำรวจกลับพากลับมาขังต่อทันที ก่อนที่วันถัดมาอัยการจะตัดสินใจปล่อยตัวเธอเนื่องจากสั่งไม่ฟ้องคดี

คุณแม่ของรุนะเปิดเผยในงานแถลงข่าวทั้งน้ำตาว่า ภาพวันที่ลูกเดินออกมาฉันไม่มีวันลืม เธอไม่ใช่ลูกสาวคนเดิมที่ฉันรู้จัก ร่างกายเธอผอมโซจนสวมกอดเข้าไปมีแต่กระดูกโผล่ออกมา หลังได้รับการปล่อยตัว แม้รุนะจะพยายามรับประทานอาหารตามที่แพทย์สั่ง แต่สภาพจิตใจที่แตกสลายทำให้เธอถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรค PTSD (สภาวะป่วยทางจิตใจหลังเผชิญเหตุการณ์รุนแรง) และโรคระบอบการกินผิดปกติ (Eating Disorder) ร่างกายไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้ จนกระทั่งในเดือนธันวาคม รุนะได้เสียชีวิตลงจากภาวะทุพโภชนาการขั้นวิกฤต หรือสภาวะผอมโซจนเหลือแต่กระดูก (Emaciation) โดยขณะเสียชีวิตเธอมีน้ำหนักตัวเพียง 20 กิโลกรัมเท่านั้น

ที่น่าเจ็บปวดไปกว่านั้นคือ ทางทนายความระบุว่า ในการสืบสวนอันหละหลวมของตำรวจ มีคนอยู่ในงานอีเวนต์วันนั้นถึง 35 คน แต่ตำรวจกลับเลือกสอบปากคำพยานเพียงคนเดียว ซึ่งเป็นผู้แจ้งเรื่องร้องเรียน และหลังจากที่รุนะเสียชีวิตลง พยานปากดังกล่าวได้เข้ามาขอโทษครอบครัวในเดือนมีนาคม 2026 พร้อมสารภาพว่า พูดใส่ร้ายเกินจริงไปมาก

คดีนี้กลายเป็นกระแสเรียกร้องให้ปฏิรูประบบกฎหมายญี่ปุ่นครั้งใหญ่ ซึ่งที่ผ่านมาองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศต่างพากันประณามระบบ Hostage Justice ของญี่ปุ่นมาโดยตลอด เช่นเดียวกับคดีประวัติศาสตร์ของนาย อิวาโอะ ฮากามาดะ อดีตนักโทษประหารที่ถูกคุมขังยาวนานที่สุดในโลก ซึ่งศาลเพิ่งยกฟ้องไปเมื่อปี 2024 หลังจากพบว่าคำสารภาพในอดีตเกิดจากการถูกเจ้าหน้าที่สอบสวนอย่างทารุณและไร้มนุษยธรรมเช่นเดียวกัน ซึ่งในคดีของรุนะ ทางสำนักงานอัยการเขตโกเบยังคงปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น โดยอ้างว่ายังไม่ได้รับเอกสารคำฟ้องอย่างเป็นทางการ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ