จากที่เมื่อวันที่ 17 เมษายน อิหร่านประกาศเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือพาณิชย์ใช้งานได้ตลอดช่วงเวลาที่เหลือของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่านซึ่งจะหมดอายุในวันที่ 22 เมษายนนี้ ล่าสุด อิหร่านออกมาเตือนว่าอาจปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งหากกองทัพเรือสหรัฐยังไม่เลิกปิดกั้นท่าเรือของอิหร่าน
นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิหร่าน ประกาศถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางส่งออกพลังงานที่สำคัญจากตะวันออกกลาง โดยเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอนเป็นเวลา 10 วันที่มีผลเมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา ต่อมา นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวว่าการประกาศของอารักชีถือเป็นวันที่ดีของโลก แต่สหรัฐจะใช้กองทัพเรือปิดกั้นท่าเรือของอิหร่านต่อไปจนกว่าจะบรรลุข้อตกลงสันติภาพกับสหรัฐ

ความคืบหน้าดังกล่าวทำให้นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านออกมาตอบโต้ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะถูกปิดหากสหรัฐยังคงปิดกั้นท่าเรือของอิหร่าน รวมถึงกล่าวหาผู้นำสหรัฐว่าปล่อยข่าวปลอมหลายครั้งเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อาวุโสของอิหร่านได้แจ้งเงื่อนไขเกี่ยวกับการผ่านช่องแคบฮอร์มุซว่า เรือทุกลำจะต้องประสานงานกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) แต่ยังคงห้ามไม่ให้เรือรบใช้งาน เงื่อนไขต่อมาคือเรือที่จะผ่านฮอร์มุซจะต้องใช้เส้นทางที่อิหร่านกำหนดแล้วว่าปลอดภัย อีกหนึ่งประเด็นที่เจ้าหน้าที่ของอิหร่านพูดถึงคือสหรัฐจะต้องปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่านมูลค่า 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 959,160 ล้านบาทที่ได้จากการส่งออกน้ำมันและก๊าซซึ่งถูกอายัดจากการคว่ำบาตรของสหรัฐ โดยบอกว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่จะเปิดฮอร์มุซ
ด้านสำนักข่าวทาสนิมของทางการอิหร่านรายงานว่า หากสหรัฐยังคงปิดกั้นท่าเรือของอิหร่าน ทางอิหร่านจะถือว่าเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและจะกลับมาปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม แม้อิหร่านจะประกาศเปิดฮอร์มุซอีกครั้ง แต่การสัญจรของเรือในน่านน้ำดังกล่าวยังคงเบาบาง ข้อมูลตรวจจับเรือพบว่ามีเรือประมาณ 20 ลำ ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเรือบรรทุกสินค้าและน้ำมัน แล่นมุ่งหน้าไปยังช่องแคบฮอร์มุซในค่ำวันที่ 17 เมษายน แต่ส่วนใหญ่หันเรือกลับโดยไม่ได้แจ้งสาเหตุ แต่เรือจำนวนมากอาจยังไม่กล้าแล่นผ่านฮอร์มุซเพราะกังวลเกี่ยวกับทุ่นระเบิดใต้น้ำที่อิหร่านวางเอาไว้
ด้านนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ของอังกฤษประกาศเมื่อวันที่ 17 เมษายน ว่าอังกฤษและฝรั่งเศสจะเป็นผู้นำภารกิจในการคุ้มครองเส้นทางเดินเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ ร่วมกับหลายชาติ โดยจะดำเนินแผนงานดังกล่าวหากการสู้รบในตะวันออกกลางยุติลง
ชมคลิป