วันที่ 8 เมษายน 2569 นานาชาติทยอยออกมาแสดงความยินดี หลังสหรัฐอเมริกาและอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยหลายประเทศและองค์กรระหว่างประเทศมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และเปิดทางสู่การเจรจาสันติภาพระยะยาว
โฆษกของนายอันโตนิอู กุแตร์เรซ เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น แถลงที่สำนักงานใหญ่ยูเอ็น ระบุว่า เลขาธิการยูเอ็นมีความยินดีต่อคำประกาศหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ของสหรัฐและอิหร่าน พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ และยึดตามเงื่อนไขของข้อตกลงหยุดยิง เพื่อปูทางไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนและครอบคลุมในภูมิภาค
ด้านนายฟรีดริช แมร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี แถลงในกรุงเบอร์ลินว่า รัฐบาลเยอรมนียินดีกับการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน โดยระบุว่าเป้าหมายสำคัญในขณะนี้คือการเดินหน้าเจรจาเพื่อยุติสงครามอย่างถาวรในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ผ่านช่องทางการทูตเท่านั้น
ขณะที่นายอันดรี ซีบิฮา รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน โพสต์ผ่านแพลตฟอร์ม X แสดงความยินดีต่อข้อตกลงดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐแสดงความเด็ดขาดในลักษณะเดียวกันเพื่อยุติสงครามของรัสเซียในยูเครน โดยระบุว่า ความเด็ดขาดของอเมริกานั้นได้ผล เราเชื่อว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องแสดงความเด็ดขาดที่เพียงพอที่จะบังคับให้มอสโกหยุดยิงและยุติสงครามกับยูเครน รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครนระบุ
ทางด้านนายมิโนรุ คิฮาระ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น แถลงที่กรุงโตเกียวว่า การลดความตึงเครียดในตะวันออกกลางอย่างแท้จริงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด และญี่ปุ่นคาดหวังว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายผ่านความพยายามทางการทูตในเร็ววัน พร้อมเปิดเผยว่า นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ได้พยายามเจรจาระดับผู้นำผ่านทางโทรศัพท์กับฝ่ายอิหร่านแล้ว
ด้านนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียร่วมแสดงความยินดีต่อการหยุดยิง พร้อมเรียกร้องให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาค โดยระบุว่า ข้อเสนอ 10 ประการของอิหร่านเพื่อยุติสงครามจำเป็นต้องถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นข้อตกลงสันติภาพที่ครอบคลุม ไม่ใช่เพียงสำหรับอิหร่านเท่านั้น แต่รวมถึงอิรัก เลบานอน และเยเมนด้วย
ขณะที่อินโดนีเซีย โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงแสดงความยินดีต่อการตกลงหยุดยิงในสงครามอิหร่าน และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดนและทางการทูต..