วันนี้ (26 มีนาคม 2569) เพจเฟซบุ๊ก ร้านเด็ด อเมริกา - Landed America ได้มีการโพสต์ข้อความระบุว่า พบโควิดสายพันธุ์ใหม่ Cicada ใน 25 รัฐของอเมริกา และอีก 20 ประเทศทั่วโลกแล้ว อาการเจ็บคอ ไอ อ่อนเพลีย ไข้ หรือคัดจมูก
นสพ. USA Today รายงานว่า พบโควิดสายพันธุ์ใหม่ BA.3.2 หรือ Cicada ใน 25 รัฐในสหรัฐอเมริกา และเป็นสายพันธุ์ย่อยของ Omicron ที่มีการกลายพันธุ์จำนวนมากและถูกจัดเป็นสายพันธุ์ที่ยังต้องเฝ้าระวังโดยองค์การอนามัยโลก นอกจากนี้ ยังพบใน 20 ประเทศทั่วโลก โดยมีรายงานผู้ติดเชื้อจริงทั้งผู้เดินทางเข้าออกประเทศและผู้ป่วยทั่วไป ซึ่งบ่งชี้ว่าสายพันธุ์นี้ แพร่ได้จริง แต่อยู่ในระดับที่ยังไม่ถึงกับเป็นการระบาดใหญ่แบบก่อนหน้าของโควิด-19
อาการจากการติดเชื้อ BA.3.2 โดยรวมยังคล้ายกับโควิดสายพันธุ์อื่น ๆ เช่น เจ็บคอ ไอ เหนื่อยล้า ปวดหัว คัดจมูก หรือมีการเปลี่ยนแปลงการรับรสและกลิ่น ขณะที่ยัง ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าอาการจะรุนแรงกว่าเดิม และวัคซีนปัจจุบันยังคงช่วยลดอาการหนักและการเสียชีวิตได้แม้ประสิทธิภาพจะถูกท้าทายโดยการกลายพันธุ์หลายจุดของสายพันธุ์นี้ แพทย์ยังแนะนำให้ตรวจเมื่อมีอาการและป้องกันการแพร่เชื้ออย่างเหมาะสม
รายชื่อรัฐที่พบเชื้อได้แก่ : California, Connecticut, Florida, Hawaii, Idaho, Illinois, Louisiana, Maine, Michigan, Maryland, Massachusetts, Missouri, New Hampshire, New Jersey, Nevada, New York, Ohio, Pennsylvania, Rhode Island, South Carolina, Texas, Utah, Vermont, Virginia, และ Wyoming
โควิดสายพันธุ์นี้ถูกตั้งฉายาว่า Cicada หรือ จิ้งหรีด เพราะเปรียบเทียบกับแมลงที่ไม่ค่อยปรากฏตัวบ่อยนัก เนื่องจากตรวจพบครั้งแรกตั้งแต่ปี 2024 แต่แทบไม่ถูกพบในวงกว้าง ก่อนจะเริ่มกลับมาแพร่กระจายอีกครั้งในช่วงหลัง
นักวิชาการด้านโรคติดเชื้อชี้ว่า จุดที่น่ากังวลคือการกลายพันธุ์มากถึง 70-75 ตำแหน่ง ซึ่งแตกต่างจากสายพันธุ์ก่อนหน้าอย่าง JN.1 อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าอาจหลบภูมิคุ้มกันจากวัคซีนหรือการติดเชื้อเดิมได้
แม้ปัจจุบันในสหรัฐ สายพันธุ์นี้ยังไม่ใช่สายพันธุ์หลัก โดยพบเพียงประมาณ 3.7% ของตัวอย่าง แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า มีโอกาสที่ Cicada อาจกลายเป็นสายพันธุ์หลักในอนาคต และอาจทำให้เกิดการระบาดระลอกใหม่ได้
แม้ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าสายพันธุ์นี้ก่อให้เกิดอาการรุนแรงมากขึ้น แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า อัตราการฉีดวัคซีนที่ลดลง และมาตรการป้องกันที่ผ่อนคลาย อาจทำให้หลายประเทศยังคงมีความเสี่ยงต่อการระบาด