จากกรณีบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Google ที่ตั้งคำถามกับเหล่าผู้สมัครงานว่า ในโลกนี้มีคนตั้งสายเปียโนกี่คน หรือคำถามชวนคิดหนักที่ว่า ทุกวันมีรถข้ามสะพานกี่คัน คำถามเหล่านี้ทำให้ผู้สมัครหลายคนรู้สึกสับสนและไม่รู้จะตอบอย่างไร
สถานการณ์ดังกล่าวคล้ายกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโลกโซเชียลของประเทศจีน เมื่อชาวเน็ตหญิงรายหนึ่ง เล่าว่า เธอได้สมัครงานที่บริษัทชื่อดังแห่งหนึ่งในเมืองเซี่ยงไฮ้ หลังจากผ่านการทดสอบทักษะวิชาชีพอันเข้มงวด เธอและผู้สมัครหญิงอีก 2 คน ก็ผ่านเข้าสู่ด่านสุดท้าย คือ รอบสัมภาษณ์ได้สำเร็จ ทั้งสามคนจะได้พบปะและตอบคำถามโดยตรงจากกรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาค
เจ้าของโพสต์ เล่าว่า เธอเตรียมตัวมาอย่างดี และค่อนข้างมั่นใจ เพราะมีทักษะทางวิชาชีพค่อนข้างดี แต่อย่างไรก็ตาม ในวันสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัว นายจ้างถามคำถามที่ทำให้ทุกคนสับสนมาก โดยคำถามมีอยู่ว่า อะไรที่เป็นของคุณ แต่คนอื่นสามารถใช้ได้ตามใจชอบ โดยไม่ต้องขออนุญาตก่อนด้วยซ้ำ หลังจากได้ยินแล้วทั้งสามคนก็เงียบไป อีกฝ่ายก็ไม่ได้ถามหาคำตอบทันที แต่ให้เวลาแต่ละคนคิด 3 นาที
ผู้สมัครคนแรก ตอบอย่างลังเลว่า ฉันคิดว่า ของที่เป็นของฉัน แต่คนอื่นสามารถใช้ได้คือปากกา เพราะนี่คือสิ่งที่มักแบ่งปันกันที่ออฟฟิศ ในขณะที่ผู้สมัครคนที่สอง ก็ยังคงอยู่ในอาการสับสนจนไม่สามารถหาคำตอบได้
เมื่อถึงคิวของผู้โพสต์ที่ต้องตอบคำถาม เธอเลือกที่จะพูดว่า ฉันคิดว่าสิ่งที่เป็นของฉัน แต่คนอื่นจะใช้ได้ตามใจชอบก็คือ ชื่อ เพราะชื่อของฉันคนอื่นก็สามารถใช้ได้เช่นกัน ทุกคนก็ใช้ชื่อเดียวกันได้ ดังนั้นนี่คือคำตอบของฉัน ทันทีที่เจ้านายได้ยินคำตอบของเธอ ก็พยักหน้าเห็นด้วย คำตอบที่ให้มาฉลาดมากและก็เป็นคำตอบที่นายจ้างพอใจที่สุดเช่นกัน ท้ายที่สุดต้องขอบคุณคำตอบที่ยอดเยี่ยมนี้ ทำให้เธอได้รับการตอบรับให้เป็นพนักงานอย่างเป็นทางการของบริษัทได้สำเร็จ
นั่นแสดงให้เห็นว่า แบบทดสอบที่นายจ้างมอบให้ข้างต้น มีไว้เพื่อทดสอบความสามารถในการคิดอย่างรวดเร็วและ EQ ของผู้สมัคร เพราะในสถานการณ์ปัจจุบัน นอกเหนือจากความจำเป็นในการฝึกฝนความรู้ทางวิชาชีพแล้ว บุคลากรในบริษัทยังต้องสงบสติอารมณ์ และการสื่อสาร เพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจโดยไม่จำเป็นกับผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน และลูกค้า