เอาแล้วไง! ผู้ส่งออกน้ำมันระดับโลก เตือนแล้ว หากสงครามอิหร่านยืดเยื้อ
ข่าวต่างประเทศ

เอาแล้วไง! ผู้ส่งออกน้ำมันระดับโลก เตือนแล้ว หากสงครามอิหร่านยืดเยื้อ

วันที่ 10 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า บริษัทซาอุดี อารัมโก ผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกจากซาอุดีอาระเบีย เตือนว่า อาจเกิดผลกระทบร้ายแรงต่อตลาดน้ำมันโลก หากสงครามที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านยังคงส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

อารัมโกระบุว่า ปัจจุบันการขนส่งน้ำมันผ่านเส้นทางเดินเรือสำคัญดังกล่าวถูกขัดขวางอย่างหนัก ทั้งที่โดยปกติแล้วมีน้ำมันราว 20% ของปริมาณน้ำมันโลกผ่านเส้นทางนี้ทุกวัน ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านประกาศว่า จะไม่อนุญาตให้มีการส่งออกน้ำมันแม้แต่หนึ่งลิตรจากตะวันออกกลาง หากสหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงโจมตีต่อเนื่อง

อามิน นาสเซอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอารัมโก กล่าวระหว่างการแถลงผลประกอบการว่า หากการหยุดชะงักยืดเยื้อ จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อตลาดน้ำมันโลก และยิ่งสถานการณ์ยาวนานเท่าใด ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้น โดยระบุว่านี่ถือเป็นวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดที่อุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซในภูมิภาคเคยเผชิญ

นาสเซอร์ยังกล่าวว่า วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้กระทบเฉพาะภาคการขนส่งและประกันภัยเท่านั้น แต่ยังอาจลุกลามเป็นผลกระทบแบบโดมิโนต่อหลายอุตสาหกรรม เช่น การบิน การเกษตร อุตสาหกรรมยานยนต์ และภาคการผลิตอื่น ๆ

ด้านราคาน้ำมันดิบเบรนต์ ซึ่งพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี ใกล้ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันจันทร์ ปรับลดลงมาอยู่ราว 92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันอังคาร หลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความเห็นว่าสงครามอาจยุติลงในเร็ว ๆ นี้ อย่างไรก็ตาม ทรัมป์เตือนว่า สหรัฐฯ จะตอบโต้รุนแรงยิ่งขึ้น หากอิหร่านปิดกั้นการส่งออกพลังงานจากภูมิภาคสำคัญดังกล่าว

ทรัมป์ยังระบุว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ อาจเข้าคุ้มกันเรือในอ่าวเปอร์เซียเพื่อรับประกันความปลอดภัยในการเดินเรือ แต่ยังไม่ชัดเจนว่ากองทัพเรือจะมีศักยภาพเพียงพอหรือไม่ เนื่องจากเรือบางส่วนกำลังปฏิบัติภารกิจโจมตีและสกัดขีปนาวุธของอิหร่านอยู่แล้ว

เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ของการคุ้มกันเรือในวงกว้าง นาสเซอร์ระบุว่า ปริมาณน้ำมันที่เกี่ยวข้องมีจำนวนมหาศาล และลูกค้าของอารัมโกต้องรับความเสี่ยงด้านการขนส่งเอง อย่างไรก็ตาม บริษัทพร้อมสนับสนุนทุกมาตรการที่จะช่วยให้สามารถส่งมอบน้ำมันสู่ตลาดโลกได้

เจ้าหน้าที่พลังงานระดับสูงในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียรายหนึ่งแสดงความเห็นว่า วิธีเดียวที่จะทำให้การส่งออกน้ำมันและก๊าซกลับมาเป็นปกติ คือการยุติสงคราม

นาสเซอร์เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลกอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี และวิกฤตครั้งนี้จะทำให้ปริมาณสำรองลดลงเร็วขึ้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซต้องกลับมาโดยเร็ว เนื่องจากกำลังการผลิตสำรองส่วนใหญ่ของโลกอยู่ในภูมิภาคนี้

ปัจจุบัน อารัมโกยังไม่สามารถส่งออกน้ำมันจากฝั่งอ่าวเปอร์เซียได้ เนื่องจากเรือไม่สามารถบรรทุกสินค้าได้ แต่บริษัทยังคงตอบสนองความต้องการของลูกค้าส่วนใหญ่ได้ โดยอาศัยน้ำมันสำรองทั่วโลกเป็นการชั่วคราว ซึ่งไม่สามารถใช้ได้ในระยะยาว

บริษัทหันไปใช้ท่อส่งน้ำมัน East-West เพื่อขนส่งน้ำมันไปยังท่าเรือยันบูบนทะเลแดง โดยท่อส่งดังกล่าวมีความสามารถขนส่งสูงสุด 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน และคาดว่าจะใช้เต็มกำลังภายในไม่กี่วัน อย่างไรก็ตาม แม้จะสามารถส่งออกผ่านฝั่งตะวันตกได้ ก็ยังมีปริมาณน้ำมันราว 350 ล้านบาร์เรลที่หายไปจากตลาด

นอกจากนี้ อารัมโกยังสามารถปรับส่งน้ำมันบางส่วนไปตอบสนองความต้องการภายในประเทศ โดยประมาณ 2 ล้านบาร์เรลต่อวันของท่อส่งดังกล่าวถูกส่งไปยังโรงกลั่นภายในประเทศฝั่งตะวันตก ซึ่งยังคงส่งออกผลิตภัณฑ์พลังงานได้

ส่วนเหตุเพลิงไหม้ขนาดเล็กที่โรงกลั่นราสทานูรา ซึ่งเป็นโรงกลั่นใหญ่ที่สุดของบริษัท จากการโจมตีเมื่อสัปดาห์ก่อน สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว และอยู่ระหว่างการกลับมาเดินเครื่องอีกครั้ง

ทั้งนี้ อารัมโกรายงานกำไรประจำปีลดลง 12% จากราคาน้ำมันดิบที่ลดลง พร้อมประกาศแผนซื้อหุ้นคืนเป็นครั้งแรกของบริษัท มูลค่าสูงสุด 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ