เรื่องนี้มีที่มาจาก เว็บไซต์ต่างประเทศ ได้มีการเผยแพร่เรื่องราวของคุณพ่อชาวจีนแซ่หลิว หลังจากที่เขาได้ออกมาแชร์ประสบการณ์สุดเจ็บปวดลงบนโซเชียลมีเดีย จนกลายเป็นไวรัลที่เตือนสติพ่อแม่ยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี โดย คุณพ่อท่านนี้ เล่าว่า ปกติแล้ว ตนและภรรยาบ้างานมาก ต้องออกไปทำงานแต่เช้าและกลับดึกดื่น ส่วนลูกสาววัย 15 ปี ก็เรียนโรงเรียนประจำ จะกลับบ้านเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์เท่านั้น เขายอมรับว่านั่นเป็นต้นเหตุที่ทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวค่อนข้างห่างเหิน
จนกระทั่ง วันหยุดหนึ่ง เขาไปรับลูกสาวกลับบ้าน และสังเกตเห็น รอยจ้ำสีแดง หลายจุดที่ต้นคอของลูก ด้วยความเป็นห่วง คิดว่าหอพักโรงเรียนสกปรกจนลูกโดนแมลงกัด หรือเป็นโรคผิวหนัง จึงเอ่ยปากถามด้วยความหวังดี แต่ปฏิกิริยาของลูกสาวกลับผิดปกติ เธอไม่ตอบคำถาม แต่รีบดึงคอเสื้อและผ้าพันคอมาปิดบังรอยนั้นไว้ แล้วเดินหนีไปทันที
เมื่อเห็นพิรุธดังนั้น นายหลิวจึงเดินไปดึงคอเสื้อลูกดูให้ชัดๆ เขาพบว่า มันไม่ใช่รอยยุง ไม่ใช่รอยมด แต่น่าจะเป็น รอยจูบ (Hickey) หรือรอยดูดแสดงความเป็นเจ้าของที่หนุ่มสาวมักทำกันซะมากกว่า วินาทีนั้นคนเป็นพ่อเลือดขึ้นหน้า ตะคอกดุด่าลูกสาวทันทีด้วยความโกรธและผิดหวัง ที่ลูกริมีแฟนและมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งก่อนวัยอันควร
แต่อย่างไรก็มา แทนที่ลูกสาวของเขาจะร้องไห้หรือสำนึกผิด เธอกลับจ้องหน้าพ่อและระเบิดความอัดอั้นตันใจออกมา โดยไม่สนเสียงดุด่าของพ่อแม้แต่น้อย ลูกของนายหลิวตอกกลับว่า ทำไมหนูจะมีความรักไม่ได้ เขา (แฟน) ห่วงใยหนู ใส่ใจหนูมากกว่าพ่อแม่เสียอีก หนูอยู่กับเขาแล้วรู้สึกปลอดภัย อบอุ่น สิ่งเหล่านี้พ่อกับแม่ไม่เคยมีให้เลย วันๆ พ่อแม่ก็เอาแต่ทำงาน กลับบ้านดึก ทิ้งหนูไว้หอพัก ไว้บ้านญาติ ไม่เคยทำหน้าที่พ่อแม่จริงๆ เลยด้วยซ้ำ คนที่ผิดคือพ่อกับแม่นั่นแหละ ไม่ใช่หนู
คำพูดของแก้วตาดวงใจที่พูดออกมาเมือนตบหน้าฉาดใหญ่ นายหลิวได้แต่นิ่งเงียบ พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว เพราะสิ่งที่ลูกพูดมา คือเรื่องจริง เขาและภรรยามุ่งแต่หาเงินจนลืมไปว่า ลูกสาวกำลังเข้าสู่วัยรุ่น วัยที่ต้องการที่ปรึกษาและความอบอุ่นจากครอบครัวมากที่สุด เมื่อที่บ้านไม่มีให้ เธอจึงต้องออกไปไขว่คว้าหาจาก คนอื่น ภายนอก
ซึ่งหลังจากที่ประเด็นดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปแล้วนั้น ชาวเน็ตได้เข้ามาคอมเมนต์ มองว่าเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหา รักในวัยเรียน หรือการที่เด็กใจแตก ส่วนหนึ่งอาจไม่ได้เกิดจากตัวเด็กเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก ช่องว่างในครอบครัว หากบ้านคือพื้นที่ปลอดภัยและอบอุ่น เด็กจะไม่โหยหาความรักจากคนแปลกหน้า ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ (วัยรุ่น) การรับฟังและอยู่เคียงข้าง สำคัญกว่าเงินที่พ่อแม่หามาให้ การดุด่าเมื่อรู้ความจริง อาจยิ่งผลักลูกให้เตลิดไปไกลกว่าเดิม การเปิดใจคุยคือทางออกที่ดีที่สุด
ข้อมูลจาก phunuphapluat