เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา กรุงเทพธุรกิจ ได้รายงาน Flash Express ยูนิคอร์นด้านขนส่งสัญชาติไทย ประกาศยุติการดำเนินธุรกิจในประเทศมาเลเซีย เตรียมปิดตัวและเลิกจ้างพนักงานทั้งหมดกว่า 10,000 คน ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 แม้ตลาดอีคอมเมิร์ซยังเติบโต แต่เบื้องหลังมีสัญญาณเตือนเรื่องการผูกขาดที่น่ากังวล
แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมระบุว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้ Flash Express ต้องยอมแพ้ในสนามมาเลเซีย ไม่ใช่เพียงเพราะการปรับแผนลงทุน แต่เกิดจากการแข่งขันที่ ไม่สมดุล โดยเฉพาะพฤติกรรม Self-Preferencing หรือการที่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ทำข้อตกลงพิเศษ (Special Deal) กับบริษัทขนส่งบางราย บีบให้ผู้ขายไม่มีทางเลือกและต้องใช้บริการขนส่งในเครือของตนเองเท่านั้น โดยเฉพาะในรายของ TikTok ที่ควบรวมทั้งโซเชียลมีเดียและการค้าไว้ในที่เดียว หากร้านค้าไม่ทำตามข้อกำหนด อาจเผชิญกับการลดการมองเห็น ซึ่งส่งผลกระทบต่อ ต้นทุนโลจิสติกส์ และกำไรของรายย่อยโดยตรง
นักวิเคราะห์เริ่มจับตาสถานการณ์ในไทย ซึ่งเป็นตลาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอาเซียน เตือนว่าธุรกิจขนส่งในไทยอาจรุนแรงยิ่งกว่ามาเลเซีย แม้มูลค่าอีคอมเมิร์ซไทยปี 2567 จะแตะ 1.1 ล้านล้านบาท และมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่หน่วยงานกำกับดูแลอย่าง กขค. และ ETDA ยังล่าช้าในการประกาศใช้กฎเกณฑ์ควบคุมการผูกขาดดิจิทัล
แม้จะมีการยกร่างกฎหมายควบคุมกลุ่ม Gatekeeper ตั้งแต่ปี 2568 แต่จนถึงต้นปี 2569 ปัจจัยทางการเมืองและเศรษฐกิจทำให้กฎหมายนี้ยังไม่มีผลบังคับใช้จริง หากรัฐยังนิ่งเฉย อุตสาหกรรมขนส่งพัสดุของไทยที่มีการจ้างงานนับแสนคนอาจเข้าสู่ภาวะวิกฤต และสุดท้ายอาจเหลือเพียงทุนใหญ่ไม่กี่รายที่อยู่รอดในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล
ข้อมูลจาก กรุงเทพธุรกิจ