ผกก.สภ.เมืองนครปฐม แจงด่วน! หลัง อบต.นำเครื่องสูบน้ำตั้งขวางถนน บัณฑิตจบใหม่ขี่จยย. พุ่งชนเสียชีวิตคาที่
ผกก.สภ.เมืองนครปฐม แจงด่วน! หลัง อบต.นำเครื่องสูบน้ำตั้งขวางถนน บัณฑิตจบใหม่ขี่จยย. พุ่งชนเสียชีวิตคาที่
ข่าวสังคม - โซเชียล

ผกก.สภ.เมืองนครปฐม แจงด่วน! หลัง อบต.นำเครื่องสูบน้ำตั้งขวางถนน บัณฑิตจบใหม่ขี่จยย. พุ่งชนเสียชีวิตคาที่

ฟังข่าวนี้

วันที่ 26 ตุลาคม 69 ผู้สื่อข่าวติดตามความคืบหน้ากรณี นายสันติ คุณพ่อของนายนันทกร อายุ 21 ปี บัณฑิตหนุ่มปริญญาตรี เดินทางเข้าร้องทุกข์กับ "สายไหมต้องรอด" หลังสูญเสียลูกชายจากอุบัติเหตุ เนื่องจาก เจ้าหน้าที่ อบต.ใน พื้นที่ อ.เมือง จ.นครปฐม นำเครื่องสูบน้ำไปติดตั้งขวางเส้นทางจราจรโดยไม่ติดป้ายเตือน เป็นเหตุให้รถจยย.เสียหลักล้มลงจนเสียชีวิต เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กันยายน ที่ผ่านมา

โดยนายสันติ ให้ข้อมูลกับเพจฯ ว่า เหตุการณ์ดังกล่าว ลูกชาย ขี่รถจยย. เฉี่ยวชนกับเครื่องสูบน้ำที่ติดตั้งโดยเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลวังตะกู อำภอเมืองนครปฐม ซึ่งในขณะที่เกิดเหตุนั้นมีฝนตกหนัก จนมีน้ำท่วมขัง ทำให้ทางอบต. ต้องทำการสูบน้ำเพื่อเร่งการระบายน้ำออกจากพื้นที่ โดยนำเครื่องสูบน้ำมาตั้งวางไว้บนถนนคันคลองชลประทาน จากข้อมูลพบว่าในการติดตั้งเครื่องสูบน้ำครั้งนี้ ไม่มีสัญญาณเตือนเพื่อให้ประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนหรือสัญจรไปมาบนเส้นทางดังกล่าวทราบ โดยไม่มีทั้งอุปกรณ์ กรวยยาง หรือสัญญาณไฟ เพื่อบ่งบอกว่ามีการทำงาน หรือมีอุปกรณ์มาตั้งขวางถนนอยู่ จนทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว

ล่าสุด พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม  เผยว่า กรณีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้มีการสั่งการให้ชุดสืบสวนมีไล่กล้องจากแขวงการทางชนบท ซึ่งสามารถบันทึกภาพไว้ได้ในช่วงเกิดเหตุ โดยปรากฏพบว่า มีการตั้งป้ายสัญญาณจากทาง อบต.ไว้ แต่มีผู้ใช้รถกระบะขับขี่มาจอดและได้ยกป้ายออก โดยได้ขับรถเข้าไปในจุดที่ปิดป้ายไว้ เป็นช่วงเดียวกับที่น้องนักศึกษาทั้ง 2 คนที่ขับขี่ซ้อนกันมา ซึ่งกำลังลังเลว่าจะเปลี่ยนเส้นทางจึงได้ตัดสินใจ ขับขี่รถเข้าไปและแซงกระบะ กระทั่งไปชนท่อระบายน้ำจนเกิดเหตุสลด ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 2 รายที่ซ้อนกันมา

พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุได้มีการตรวจสอบทุกอย่างตามกระบวนการ โดยมีเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ค้นภาพจากกล้องวงจรปิด และสอบพยานทุกปาก ที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมถึงตรวจสอบแอลกอฮอล์ ของผู้เสียชีวิตทั้งคู่ รวมถึงคนขับรถกระบะ นอกจากนี้ ยังมีการสอบปากคำบิดาของผู้เสียชีวิต และญาติผู้เสียชีวิตอีกคนหนึ่ง เจ้าของท่อน้ำ เจ้าหน้าที่การช่างอบต.วังตะกู คนขับรถกระบะครบทุกปากแล้ว เหลือเพียงกระบวนการในการตรวจสอบทำหนังสือชี้แจงไปยังแขวงการทางชนบทเรื่องการขออนุญาตใช้ถนนจาก อบต.วังตะกู ว่ามีการขออนุญาตครบถ้วนหรือไม่ ซึ่งทราบว่ามีการขอเข้าไป แต่ยังมีการอนุมัติออกมาไม่ทั้งหมด ซึ่งหากหนังสือตอบรับกลับมามาถึงก็สามารถทำส่งฟ้องได้

การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีความล่าช้า เพราะอยู่ในกรอบช่วงเวลาของกฎหมาย เพียงแต่พนักงานสอบสวนมีความสงสัยในบางกระบวนการคือหนังสือการขอใช้ถนน ซึ่งหากตอบรับมาก็สามารถดำเนินการได้ทันที ซึ่งทุกอย่างทำเสร็จสิ้นหมดแล้ว เหลือเพียงการเชิญทุกฝ่าย ประกอบด้วย อบต. วังตะกู คนขับรถกระบะ และญาติผู้เสียชีวิตทั้งสองคน มาทำการเจรจาตกลงชดเชยค่าเสียหาย หากลงตัวก็จะมีการทำเรื่องสรุปส่งฟ้องศาล ซึ่งก็จะอยู่ในดุลพินิจของศาลท่านว่าตัดสินอย่างไร เรื่องนี้ทางตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจเพราะเป็นการเสียชีวิตของนักศึกษาทั้งสองคน ในส่วนนี้คุณพ่อของน้องที่เสียชีวิตอาจจะน้อยใจว่าเหตุใด ถึงได้มีการแจ้งข้อหาประมาทกับน้องที่เสียชีวิต ตรงนี้เป็นไปตามภาพที่ปรากฏจากกล้องวงจรปิด ซึ่งทุกคนล้วนมีส่วนประมาท ในแต่ละบุคคลแตกต่างกันไป

ตอนนี้ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับใครยังอยู่ในขั้นสรุปการสอบปากคำและนำหลักฐานทุกอย่างมาประกอบเพื่อนำส่งฟ้องเท่านั้น และเหลือการเจรจาพูดคุยกัน แต่ถึงอย่างไรก็จะต้องส่งฟ้องศาลเนื่องจากมีผู้เสียชีวิต ซึ่งหากครอบครัวหรือญาติที่รู้สึกติดใจว่า ตำรวจดำเนินการอย่างไรขอให้เค้ามาพูดคุยได้เราสามารถเปิดข้อมูลให้ดูได้ทุกอย่าง และเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจขอยืนยันว่าไม่ได้มีความสนิทสนมหรือให้น้ำหนักพิเศษกับใคร แต่ทำตามกระบวนการและข้อเท็จจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ และเรื่องนี้ก็ถึงขั้นตอนใกล้จะจบสิ้นแล้ว และผู้ถูกกล่าวหาก็จะต้องมี นายกอบต. วังตะโก นายช่างผู้รับมอบหมาย คนขับรถกระบะ และผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่เสียชีวิต ไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับน้องที่เสียชีวิตเพียงคนเดียว และตำรวจสามารถตอบคำถามได้ทุกข้อ

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้ประสานไปยัง อบต.วังตะกู เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ดังกล่าว จากนายจรูญ ดาราสม นายกอบต. เพื่อให้ออกมาชี้แจงในการตั้งคำถามจากบิดาของผู้เสียชีวิตที่ไปร้องกับเพจสายไหมต้องรอด ว่ามีข้อมูลที่ตรงกันหรือไม่ และจะมีการดำเนินการอย่างไรตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา แต่พบว่า ไม่ได้มีการลงมาพบหรือให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน ซึ่งแจ้งเพียงว่า คนที่ทราบเรื่องดังกล่าวไม่อยู่ในวันนี้

จากนั้น ผู้สื่อข่าวจึงได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุดังกล่าว และสอบถามชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวได้บอกว่าปกติแล้วอบต. วังตะกู จะไม่ได้มีการตั้งเครื่องสูบน้ำอยู่ตรงนั้นเป็นประจำ แต่จะมีการนำเครื่องสูบน้ำตั้งในกรณีที่ฝนตกตกลงมาอย่างหนัก และมีน้ำท่วมขังในชุมชน ซึ่งเกิดเหตุก็เห็นมีป้ายกั้นที่ถนนเอาไว้ ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ที่รู้ก็จะใช้วิธีอ้อมเส้นทางไม่ขับขี่เข้ามาในบริเวณที่มีจุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำ แต่คนที่ไม่รู้ว่าทางอบต. วังตะกู ดำเนินการก็จะไม่ทราบ ซึ่งก็ยังสงสัยว่าเหตุใด จึงเกิดอุบัติอุบัติเหตุถึงขั้นสูญเสียชีวิตนักศึกษาไปถึงสองคนได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ