เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2569 ชื่อของ พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 (ผบก.น.1) หรือ ผู้การซ่า กลายเป็นที่สนใจของสังคม หลังเข้าบัญชาการเหตุการณ์ชายคลุ้มคลั่งใช้อาวุธมีดจี้คอภรรยาและลูกชายเป็นตัวประกัน บริเวณริมถนนเพชรบุรี ใกล้แยกอุรุพงษ์ กรุงเทพมหานคร ก่อนตัดสินใจเข้าชาร์จและแย่งอาวุธมีดจากผู้ก่อเหตุ ช่วยเหลือตัวประกันทั้งสองรายออกมาได้อย่างปลอดภัย
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา หลังตำรวจได้รับแจ้งเหตุชายมีอาการคลุ้มคลั่งและมีอาวุธมีด บริเวณริมถนนเพชรบุรี ใกล้แยกอุรุพงษ์ แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร โดยผู้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดจี้บริเวณลำคอภรรยาและลูกชายเพื่อควบคุมเป็นตัวประกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งเข้าควบคุมพื้นที่และหาทางยุติสถานการณ์อย่างระมัดระวัง
ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ พล.ต.ต.วรศักดิ์ได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุด้วยตนเอง เพื่อบัญชาการสถานการณ์และร่วมเจรจากับผู้ก่อเหตุ โดยพยายามคลี่คลายเหตุการณ์ด้วยการพูดคุย อย่างไรก็ตาม เมื่อสถานการณ์ยังคงตึงเครียดและตัวประกันมีความเสี่ยงต่ออันตราย นายตำรวจรายนี้จึงตัดสินใจเข้าชาร์จประชิดตัวผู้ก่อเหตุ ก่อนแย่งอาวุธมีดและควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ช่วยให้ภรรยาและลูกชายได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย
การตัดสินใจเข้าระงับเหตุด้วยตนเองทำให้ พล.ต.ต.วรศักดิ์ได้รับเสียงชื่นชม โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงประสบการณ์ในสายงานต่อต้านการก่อการร้ายและการปฏิบัติการพิเศษ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรับราชการตำรวจที่ผ่านมา
สำหรับประวัติการศึกษา พล.ต.ต.วรศักดิ์สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ก่อนเข้าศึกษาที่โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 36 และโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 52 โดยได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้านักเรียนนายร้อยตำรวจในรุ่นดังกล่าว นับเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางรับราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
หลังสำเร็จการศึกษา พล.ต.ต.วรศักดิ์เริ่มปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรองสารวัตรโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และได้รับคัดเลือกให้ทำหน้าที่ผู้บังคับหมวดปกครองนักเรียนเตรียมทหาร ก่อนย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งสายป้องกันปราบปราม งานทะเบียนประวัติ และงานนิติวิทยาศาสตร์
ต่อมาได้ดำรงตำแหน่งสารวัตรปราบปราม สถานีตำรวจภูธรบางแพ จังหวัดราชบุรี และสารวัตรสืบสวนปราบปราม สถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร รวมถึงสารวัตรงานสายตรวจ 1 กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจด้านการดูแลความสงบเรียบร้อยและสนับสนุนการปฏิบัติการของตำรวจ
อีกหนึ่งช่วงสำคัญในเส้นทางรับราชการของ พล.ต.ต.วรศักดิ์ คือการดำรงตำแหน่งรองผู้กำกับการต่อต้านการก่อการร้าย หรืออรินทราช 26 หน่วยปฏิบัติการพิเศษของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีภารกิจรับมือสถานการณ์ร้ายแรงและเหตุการณ์ที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
หลังจากนั้นยังผ่านงานในตำแหน่งรองผู้กำกับการปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลจักรวรรดิ และรองผู้กำกับการสืบสวนตำรวจนครบาล 2 ก่อนรับตำแหน่งผู้กำกับการศูนย์ซักถามในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และผู้กำกับการอำนวยการ จังหวัดเพชรบุรี
จากนั้นได้ดำรงตำแหน่งผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลชนะสงคราม ก่อนขยับขึ้นสู่ตำแหน่งรองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 และรองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บังคับการกองสารนิเทศ พร้อมทำหน้าที่รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทั่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 ในปัจจุบัน
นอกจากประสบการณ์จากการปฏิบัติหน้าที่จริงแล้ว พล.ต.ต.วรศักดิ์ยังผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทางหลายหลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรการบริหารเหตุการณ์วิกฤตในประเทศอินโดนีเซีย หลักสูตรต่อต้านการก่อการร้ายของอรินทราช 26 และหลักสูตรกระโดดร่มแบบกระตุกเอง หรือ Free Fall ที่ค่ายนเรศวร
เหตุการณ์ช่วยเหลือตัวประกันครั้งนี้จึงทำให้สังคมหันมาสนใจประวัติของ พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร มากขึ้น ทั้งในฐานะผู้บังคับบัญชาตำรวจนครบาล 1 และนายตำรวจที่มีประสบการณ์ผ่านงานปฏิบัติการพิเศษ งานสืบสวน และงานบริหารในหลายหน่วยงาน โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการประเมินสถานการณ์ การเจรจา และการตัดสินใจภายใต้ภาวะกดดัน เพื่อคลี่คลายเหตุฉุกเฉินและรักษาความปลอดภัยของประชาชน
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ