เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศอ.ปส.บช.น.) ร่วมกับกองกำกับการ 4 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (กก.4 บก.สส.สตม.) เข้าจับกุมชายชาวอิสราเอล อายุ 54 ปี และหญิงไทย อายุ 44 ปี ภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ถนนประชาอุทิศ แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร หลังสืบสวนขยายผลจากเบาะแสที่แจ้งผ่านสายด่วน ป.ป.ส. 1386 ซึ่งระบุว่า ชายชาวต่างชาติรายดังกล่าวอาจใช้แอปพลิเคชันหาคู่ชักชวนหญิงสาวมาที่ห้องพัก ก่อนให้รับประทานขนมเค้กต้องสงสัยว่าผสมยาเสพติด และแอบบันทึกภาพขณะมีเพศสัมพันธ์

การปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) และ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) โดยมี พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ซึ่งรับผิดชอบงานยาเสพติด เป็นผู้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบเบาะแส
จุดเริ่มต้นของคดีมาจากการที่ ศอ.ปส.บช.น. ได้รับการประสานจากสำนักงาน ป.ป.ส. กรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับข้อมูลแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 1386 ระบุถึงชายชาวอิสราเอลที่มีรอยสักลายอินทรีบริเวณต้นแขนซ้าย มีพฤติการณ์ติดต่อหญิงสาวผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ ก่อนชักชวนให้เดินทางไปยังห้องพักภายในคอนโดมิเนียม

ข้อมูลที่ได้รับระบุว่า ชายรายดังกล่าวจะทำขนมเค้กให้หญิงสาวรับประทาน โดยภายหลังรับประทานอาจมีอาการวูบวาบและเกิดอารมณ์ทางเพศ ก่อนมีเพศสัมพันธ์และถูกแอบถ่ายคลิปวิดีโอ เจ้าหน้าที่จึงเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามบุคคลตามเบาะแสที่ได้รับ
จากการสืบสวน เจ้าหน้าที่ทราบตัวชายชาวอิสราเอลรายดังกล่าว และประสานข้อมูลกับ กก.4 บก.สส.สตม. ตรวจสอบสถานะการพำนักในประเทศไทย พบว่าเจ้าตัวอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนดอนุญาตมาแล้ว 2,095 วัน ก่อนติดตามจนพบห้องพักภายในคอนโดมิเนียมย่านห้วยขวาง
ข้อมูลการสืบสวนยังระบุว่า ชายรายนี้ไม่ได้ประกอบอาชีพให้เห็นอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ส่วนใหญ่เก็บตัวอยู่ภายในห้องพัก แต่ยังมีเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และพบว่ามีหญิงสาวหลายรายเข้าออกห้องพักดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเข้าตรวจสอบและดำเนินการจับกุม

ผลการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลาง ได้แก่ ยาไอซ์ น้ำหนักประมาณ 15 กรัม ถุงสำหรับแบ่งบรรจุยา 50 ถุง เครื่องชั่งน้ำหนัก 1 เครื่อง ขนมเค้ก 1 ถาด ซึ่งต้องสงสัยว่าอาจมีส่วนผสมของยาเสพติด และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง
เจ้าหน้าที่ระบุว่า จากการตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือ พบข้อมูลเกี่ยวกับการรับซื้อยาเสพติดเพื่อนำไปจำหน่ายต่อ รวมถึงคลิปวิดีโอที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นการแอบบันทึกภาพขณะมีเพศสัมพันธ์กับหญิงสาวหลายรายบนโซฟาภายในห้องพัก ทั้งนี้ ประเด็นเกี่ยวกับขนมเค้กและพฤติการณ์แอบถ่ายยังเป็นข้อมูลที่ต้องตรวจสอบและดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย
ระหว่างการจับกุม ชายชาวอิสราเอลปฏิเสธว่ายาไอซ์ที่ตรวจพบไม่ใช่ของตน นอกจากนี้ ยังกล่าวอ้างว่าจะมีผู้ใหญ่เข้ามาช่วยเหลือให้ได้รับการปล่อยตัวภายใน 2 ชั่วโมง พร้อมขอทราบชื่อเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม และข่มขู่ว่าจะทำให้เจ้าหน้าที่ทั้งชุดถูกย้ายหรือพ้นจากตำแหน่ง รวมถึงกล่าวขู่ฆ่า สารวัตรแจ๊ะ ตามข้อมูลที่เจ้าหน้าที่เปิดเผย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาชายชาวอิสราเอล ได้แก่ ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดเป็นเวลา 2,095 วัน และไม่ยอมให้ตรวจหรือทดสอบสารเสพติดในร่างกายขณะเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ปฏิบัติหน้าที่ รวมถึงไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามอำนาจกฎหมายโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร
ส่วนหญิงไทย อายุ 44 ปี ถูกแจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและสอบสวนขยายผลต่อไป
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ