เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง ความมั่นใจและความคาดหวังของประชาชนต่อการรับมือข่าวปลอมและภัยออนไลน์ โดยมุ่งเน้นความเป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์ มีมาตรฐานวิชาการ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อฟังการเมืองจากเสียงของประชาชน
โดยจากการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 43 ที่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 9 ถึง 12 ตุลาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง มีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้
1. เนื้อหาออนไลน์แบบใดที่แยกอะไรจริงอะไรเท็จยากที่สุด (สำรวจโดย x LineToday)
33.4% ระบุ สิ่งที่แยกจริงเท็จยากที่สุด คือ ภาพหรือคลิปที่สร้างด้วย AI สูงสุด
รองลงมา 16.1% ข่าวหรือข้อความไร้แหล่งอ้างอิง 13.6% เพจหรือบัญชีปลอม 13.5% คลิปเก่าที่อ้างเป็นเหตุการณ์ใหม่ 11.1% เสียงปลอมเลียนแบบบุคคล 8.1% ผลสำรวจหรือรีวิวชักจูง และ 4.2% ไม่แน่ใจหรือไม่มีความเห็น
ความยากในการตัดสินความน่าเชื่อถือจากสิ่งที่เห็น โดยเฉพาะภาพและคลิปที่สร้างด้วย AI ต้องพิจารณาควบคู่กับแหล่งที่มาและบริบทของเนื้อหา เพราะการส่งต่อไม่ได้เพียงขยายการมองเห็น แต่อาจเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ข้อมูลที่ยังไม่ได้ตรวจสอบด้วย
2. เกือบครึ่งไม่มั่นใจแยกข่าวจริงจากเนื้อหา AI ขณะที่กลุ่มมั่นใจมีสัดส่วนใกล้เคียงกัน
48.4% ไม่ค่อยมั่นใจถึงไม่มั่นใจเลย สูงที่สุด ใกล้เคียงกับ 46.8% ที่ค่อนข้างมั่นใจถึงมั่นใจมาก และ 4.8% ไม่แน่ใจหรือไม่มีความเห็น
การแยกแยะข่าวสารยังเป็นโจทย์ที่ประชาชนจำนวนมากไม่มั่นใจว่าตนเองรับมือได้ สัดส่วนของกลุ่มมั่นใจและไม่มั่นใจที่ใกล้เคียงกันสะท้อนว่าประชาชนประเมินความพร้อมของตนต่างกัน
3. คนรุ่นใหม่มั่นใจแยกแยะข่าวสารมากกว่า ขณะที่วัยเก๋าไม่มั่นใจสูงสุด
56.0% ของกลุ่มอายุ 18 ถึง 27 ปี (Gen Z) ค่อนข้างมั่นใจถึงมั่นใจมาก ว่าสามารถแยกข่าวจริงออกจากเนื้อหาที่สร้างหรือบิดเบือนด้วย AI ได้ ขณะที่ 42.2% ไม่ค่อยมั่นใจถึงไม่มั่นใจเลย และ 1.8% ไม่แน่ใจหรือไม่มีความเห็น
51.7% ของกลุ่มอายุ 28 ถึง 43 ปี (Gen Y) ค่อนข้างมั่นใจถึงมั่นใจมาก ขณะที่ 43.7% ไม่ค่อยมั่นใจถึงไม่มั่นใจเลย และ 4.6% ไม่แน่ใจหรือไม่มีความเห็น
51.2% ของกลุ่มอายุ 44 ถึง 59 ปี (Gen X) ไม่ค่อยมั่นใจถึงไม่มั่นใจเลย ขณะที่ 43.8% ค่อนข้างมั่นใจถึงมั่นใจมาก และ 5.0% ไม่แน่ใจหรือไม่มีความเห็น
58.4% ของกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป (Gen Baby Boomer) ไม่ค่อยมั่นใจถึงไม่มั่นใจเลย ขณะที่ 33.6% ค่อนข้างมั่นใจถึงมั่นใจมาก และ 8.0% ไม่แน่ใจหรือไม่มีความเห็น
การอยู่ในโลกออนไลน์เดียวกัน ไม่ได้หมายถึงความมั่นใจที่เท่ากัน ผลสะท้อนว่า สัดส่วนผู้มั่นใจลดลงตามช่วงอายุ ขณะที่ความไม่มั่นใจเพิ่มขึ้น ดังนั้น ช่องว่างในการรับมือเนื้อหา AI จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทุกวัย โดยมีระดับความต้องการความช่วยเหลือที่อาจต่างกัน
4. ปลอมเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ เป็นภัยออนไลน์ที่กังวลสูงสุด
24.4% ระบุ กังวลมิจฉาชีพที่ปลอมเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่มากที่สุด
รองลงมา 18.1% ลิงก์ปลอมขโมยเงินหรือข้อมูล 16.5% หลอกลงทุนหรือให้โอนเงิน 16.0% ปลอมเสียงหรือใบหน้าคนรู้จักด้วย AI 9.8% ร้านค้าหรือการซื้อขายปลอม 8.1% แอบอ้างรับบริจาคหรือช่วยผู้ประสบภัย 5.8% หลอกสมัครงานหรือกู้เงิน และ 1.3% ไม่แน่ใจหรือไม่มีความเห็น
ความน่ากังวลของภัยออนไลน์อยู่ที่การนำความไว้วางใจมาใช้หลอกลวง ทั้งการอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่และการปลอมเป็นคนรู้จัก ชวนให้สังคมตั้งคำถามว่า ตำแหน่งที่กล่าวอ้าง เสียงที่คุ้นเคย หรือใบหน้าที่จำได้ เพียงพอให้เชื่อและทำตามหรือไม่
5. ปราบเครือข่ายและเร่งดำเนินคดี แนวทางที่ได้รับเลือกสูงสุด ตามด้วยแจ้งเตือนและให้ความรู้
38.3% เลือกปราบเครือข่ายและเร่งดำเนินคดี เป็นสิ่งที่ภาครัฐควรเร่งดำเนินการเพื่อรับมือข่าวปลอม การใช้ AI หลอกลวง และมิจฉาชีพออนไลน์ สูงสุด
รองลงมา 17.0% แจ้งเตือนข่าวและลิงก์อันตราย 15.2% ให้ความรู้เท่าทันภัยออนไลน์ 11.2% ให้แพลตฟอร์มจัดการบัญชีและโฆษณาหลอกลวง 7.7% ปิดบัญชีม้า ซิมม้า และเส้นทางการเงิน 5.7% ตรวจจับและติดป้ายเนื้อหา AI 3.3% จัดช่องทางแจ้งเหตุและช่วยเหลือจุดเดียว และ 1.6% ไม่แน่ใจหรือไม่มีความเห็น
ประชาชนคาดหวังให้ภาครัฐจัดการถึงตัวผู้กระทำและเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลัง ควบคู่กับการช่วยให้ประชาชนรู้ทันอันตรายผ่านการแจ้งเตือนและความรู้ สะท้อนว่า ความปลอดภัยออนไลน์มีทั้งมิติของการบังคับใช้กฎหมาย การป้องกัน และความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงกัน
ผลสำรวจสะท้อนทั้งความไม่มั่นใจในการแยกแยะข่าวสาร ความยากในการตรวจสอบภาพ เสียง และตัวตนออนไลน์ ตลอดจนความคาดหวังให้รัฐจัดการเครือข่ายหลอกลวงอย่างจริงจัง ภาครัฐจึงควรเชื่อมการปราบปรามกับการแจ้งเตือนที่เข้าใจง่าย การพัฒนาทักษะตรวจสอบข้อมูลให้เหมาะกับแต่ละวัย และการประสานให้แพลตฟอร์มจัดการบัญชีและโฆษณาหลอกลวง โดยส่งเสริมการตรวจสอบแหล่งที่มาและบริบทของเนื้อหา เพราะการใช้ AI สร้างเนื้อหาเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าเนื้อหานั้นเป็นเท็จ
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ