เข่าทรุด! เจ๊แมว ถูกโกงเงินทุเรียน 40 ล้าน กลับบ้านเจอน้ำท่วมสวนเสียหายหนัก
เข่าทรุด! เจ๊แมว ถูกโกงเงินทุเรียน 40 ล้าน กลับบ้านเจอน้ำท่วมสวนเสียหายหนัก
ข่าวสังคม - โซเชียล

เข่าทรุด! เจ๊แมว ถูกโกงเงินทุเรียน 40 ล้าน กลับบ้านเจอน้ำท่วมสวนเสียหายหนัก

ฟังข่าวนี้
เช็คจุดน้ำท่วมเรียลไทม์ น้ำล้นตลิ่ง 24 สถานี · กทม. น้ำท่วมถนน 1 จุด ดูแผนที่

เรื่องราวของเจ๊แมวสาวใหญ่วัย 50 ปี เข้าร้องสื่อ อ้างถูกกล่าวหาทำเงินเกือบ 40 ล้านหาย กลับบ้านเจอน้ำท่วมซ้ำเติม เงินเหลือติดบัญชี 40 กว่าบาท วอนอีกฝ่ายเปิดโต๊ะเจรจา ชีวิตดิ่งซ้ำซ้อน! นางกัลยา ภูมิรินทร์ หรือเจ๊แมวสาวใหญ่เมืองตราดวัย 50 ปี ร่ำไห้ร้องสื่อ หลังมีปัญหาเงินจากธุรกิจรับซื้อทุเรียนส่งจีนเกือบ 40 ล้านบาท ทางภาคใต้ถูกกล่าวหาว่าทำเงินหาย ยืนยันพร้อมตรวจสอบบัญชีและเจรจา ขณะกลับบ้านพบสวนทุเรียนถูกน้ำท่วมเสียหาย สภาพจิตใจย่ำแย่จนเคยคิดทำร้ายตัวเอง วอนไทยรัฐเป็นสื่อกลางออกรายการโหนกระแสของหนุ่มกรรชัย

ทีมข่าวลงพื้นที่สวนทุเรียนของเจ๊แมว ในพื้นที่ตำบลท่ากุ่ม อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด พบความเสียหายจากน้ำท่วมสวน จนขณะนี้เจ้าตัวระบุว่าเหลือเงินในบัญชีเพียง 40 กว่าบาท โดยช่วงที่มีฝนตกลงมาติดต่อกันอย่างหนักที่ผ่านมา และทางชลประทานได้พร่องน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยแร้ง ทำให้สวนทุเรียนถูกน้ำท่วมสร้างความเสียหายหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ข้าวของในบ้าน เครื่องมือทำการเกษตรถูกน้ำพัดหายไปหมด และต้นทุเรียนถูกน้ำท่วมเสียหายหลายต้น ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของ อบต.ท่ากุ่มสำรวจความเสียหายเบื้องต้น เจ๊แมวเล่าว่า เดิมตนทำสวนทุเรียนร่วมกับสามีและลูกชายในจังหวัดตราด เมื่อหมดฤดูกาลทุเรียนภาคตะวันออก จึงเดินทางไปยังพื้นที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เพื่อทำงานรับซื้อทุเรียนส่งไปประเทศจีน โดยทำหน้าที่ตระเวนหาทุเรียนจากเกษตรกรชาวสวน ส่วนเงินลงทุนเป็นของเจ้าของแผงรับซื้อทุเรียน ซึ่งตนจะประสานให้เจ้าของแผงโอนเงินเพื่อชำระค่าทุเรียนให้เกษตรกรตามยอดซื้อขาย

ระหว่างดำเนินธุรกิจ มีเงินหมุนเวียนเป็นจำนวนมาก โดยเจ๊แมวอ้างว่า เงินบางส่วนถูกนำไปใช้จ่ายค่าแรง ค่ากิโล และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ก่อนเกิดปัญหายอดเงินที่เกี่ยวข้องกับการรับซื้อทุเรียน ซึ่งมีมูลค่ารวมเกือบ 40 ล้านบาท และถูกเจ้าของแผงกล่าวหาว่าตนทำเงินบางส่วนสูญหายหรือไม่ถูกต้อง เจ๊แมวยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาทุจริต พร้อมระบุว่ามีข้อมูลบัญชีที่ต้องตรวจสอบ และได้ปรึกษาตำรวจรวมถึงทนายความแล้ว โดยต้องการให้ทั้งสองฝ่ายนำหลักฐานมาพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา เพื่อหาข้อเท็จจริงว่าเงินส่วนใดมีปัญหาและใครต้องรับผิดชอบอย่างไร

ส่วนเจ้าของแผงรับซื้อทุเรียน ซึ่งขอใช้นามสมมติว่า “บี” นั้น เจ๊แมวอ้างว่าเป็นคู่ค้ากันในการทำธุรกิจ โดยตนพร้อมเจรจาและแก้ไขปัญหาร่วมกัน แต่ไม่ต้องการให้มีการกล่าวหาว่าตนเป็นฝ่ายผิดเพียงฝ่ายเดียว ก่อนที่จะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน

หลังจากเกิดปัญหาดังกล่าว เจ๊แมวเดินทางกลับมายังจังหวัดตราด แต่กลับพบว่าสวนทุเรียนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม น้ำเข้าท่วมพื้นที่ด้านล่างของสวน เครื่องมือการเกษตร ปุ๋ย ยา ข้าวสาร อาหารสุนัข และสิ่งของจำเป็นได้รับความเสียหายหรือสูญหาย นอกจากนี้ยังมีสุนัขที่เลี้ยงไว้ 4 ตัว ซึ่งเจ้าตัวเป็นห่วงอย่างมาก

เจ๊แมวเปิดใจทั้งน้ำตาว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ตนเกิดความเครียดอย่างหนัก จนเคยคิดสั้นและอยู่ในภาวะเสี่ยงที่จะทำร้ายตัวเอง ก่อนจะได้รับการช่วยเหลือและรอดมาได้ พร้อมยอมรับว่าขณะนี้รู้สึกหมดหนทาง เพราะต้องเผชิญทั้งข้อพิพาททางธุรกิจและความเสียหายจากน้ำท่วม ขณะที่เงินติดตัวแทบไม่เหลือ.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ