วันที่ 20 ตุลาคม 2569 น.ส.มรกต มาพบพันธ์ อายุ 71 ปี อาชีพค้าขาย น้องสาวแท้ ๆ ของนายโยธิน มาพบพันธ์ หรือ ลุงโยธิน อดีตนักแสดงชื่อดัง เข้าร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง หลังพี่ชายให้สัมภาษณ์ในรายการ เปิดปาก ทางสถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี โดยระบุว่าไม่มีญาติ ไม่มีที่อยู่อาศัย และไม่มีอาหารรับประทาน จนต้องขอทำงานแลกข้าว ส่งผลให้ น.ส.มรกตและน้อง ๆ ถูกกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์และประณามอย่างหนัก
น.ส.มรกต ชี้แจงว่า ข้อมูลที่พี่ชายให้สัมภาษณ์ไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะที่ผ่านมา ตนเองพร้อมด้วย น.ส.อรนุช มาพบพันธ์ อายุ 66 ปี น.ส.ยุวดี มาพบพันธ์ อายุ 65 ปี และน้องชายอีกคนที่อาศัยอยู่ทางภาคใต้ ต่างช่วยกันนำเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุของแต่ละคนมารวมเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับดูแลพี่ชายที่กำลังประสบปัญหา ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าห้องพัก ค่าอาหาร ของใช้ส่วนตัว ค่าน้ำ และค่าไฟฟ้า

สำหรับเงินที่ครอบครัวขอจากลุงโยธินนั้น มีเพียงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจำนวน 700 บาท เพื่อใช้สมทบเป็นค่าเช่าที่พักเท่านั้น ส่วนค่าใช้จ่ายด้านอื่น ๆ หากเงินไม่เพียงพอ ตนก็เป็นผู้รับผิดชอบออกให้ทั้งหมด รวมถึงค่ารักษาพยาบาลจากอาการป่วยทางจิตเวชของพี่ชายด้วย
น.ส.มรกต กล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนเกิดเหตุ ลุงโยธินออกจากบ้านไปเพียง 2 วัน โดยแจ้งว่าจะไปทำงานที่วัดสวนแก้ว ซึ่งตนยังให้เงินติดตัวไปจำนวน 300 บาทด้วย ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ โทรศัพท์มาสอบถามข้อมูล ตนก็ยืนยันอย่างชัดเจนว่าเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของลุงโยธิน จึงรู้สึกไม่เข้าใจว่าทำไมจึงมีข่าวเผยแพร่ออกมาว่าพี่ชายไม่มีญาติพี่น้อง
นอกจากนี้ ลุงโยธินเคยเดินทางไปทำงานที่วัดสวนแก้วมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่สามารถอยู่ต่อได้ จึงไปพักอาศัยกับเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. จังหวัดนนทบุรี เป็นเวลา 3 วัน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะโทรศัพท์แจ้งให้ตนไปรับพี่ชายกลับมา พร้อมจัดหาห้องเช่าให้พักอาศัยตามปกติ
หลังจากเกิดกระแสข่าว น.ส.มรกต ระบุว่า ตนพยายามโทรศัพท์ติดต่อ ผอ.ฟ้า หลายครั้ง แต่ไม่มีผู้รับสาย จึงต้องการเรียกร้องให้ ผอ.ฟ้า ยุติการให้ข้อมูลที่ระบุว่าลุงโยธินไม่มีญาติพี่น้อง เพราะยืนยันว่าครอบครัวยังคงให้ความช่วยเหลือและดูแลพี่ชายมาโดยตลอด
พร้อมกันนี้ น.ส.มรกต ยังฝากข้อความถึงพี่ชายว่า ขณะนี้อายุมากแล้ว ควรปรับปรุงพฤติกรรมและเห็นใจน้อง ๆ ที่คอยช่วยเหลือดูแลกันมา โดยหากวันหนึ่งลุงโยธินไม่สามารถอาศัยอยู่กับมูลนิธิของ ผอ.ฟ้า ได้ และต้องการกลับมาอยู่กับครอบครัวอีกครั้ง ตนยืนยันว่าจะไม่รับกลับมาดูแลอีก เนื่องจากรู้สึกเสียใจที่พี่ชายไม่เห็นคุณค่าของน้อง ๆ และให้ข้อมูลที่ทำให้ครอบครัวได้รับความเสียหาย จนต้องเผชิญกับกระแสประณามจากสังคมอย่างหนัก
ขณะเดียวกัน ชาวบ้านในพื้นที่ยังให้ข้อมูลสอดคล้องกับคำชี้แจงของ น.ส.มรกต โดยระบุว่า ที่ผ่านมาพบเห็น น.ส.มรกตและน้อง ๆ คอยช่วยเหลือดูแลลุงโยธินมาโดยตลอด ทั้งเรื่องที่พักอาศัยและความเป็นอยู่ จึงรู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นข่าวว่าลุงโยธินถูกทอดทิ้งและไม่มีญาติพี่น้องคอยดูแล
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ