รายการโหนกระแส ประจำวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ได้นำเสนอเรื่องราวของ สิบเอกเวฟ ทหารหนุ่มวัย 25 ปี ที่เดินทางเข้าร้องเรียนต่อเพจสายไหมต้องรอด หลังตกเป็นผู้เสียหายถูกอดีตแฟนสาวอาชีพพยาบาล พร้อมด้วยแม่ยาย หลอกลวงเงินไปรวมเป็นจำนวนกว่า 600,000 บาท
สำหรับจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อสิบเอกเวฟได้ไปรับประทานอาหารที่ร้านก๋วยเตี๋ยวของแม่ฝ่ายหญิง ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด โดยผู้เป็นแม่ได้พยายามทำหน้าที่เป็นสื่อรักแนะนำให้รู้จักกับลูกสาว จากนั้นฝ่ายหญิงและแม่เริ่มมีการหยิบยืมเงินอยู่อย่างต่อเนื่อง อ้างเหตุผลหลากหลายประการ ทั้งการนำไปปิดบัตรเครดิต ค่าซ่อมแซมรถยนต์ (ซึ่งภายหลังพบว่ามีประกันภัยชั้น 1 ครอบคลุมค่าใช้จ่ายอยู่แล้ว) รวมถึงค่าน้ำมันรถไถ นอกจากนี้ แม่ยายยังได้เสนอให้ฝ่ายชายนำเงินค่าหมั้นจำนวน 400,000 บาท มาวางไว้ก่อน ส่งผลให้สิบเอกเวฟต้องตัดสินใจยื่นกู้เงินจากธนาคารเพื่อนำมามอบให้
ต่อมา ฝ่ายหญิงได้ตัดสินใจลาออกจากงาน ทำให้สิบเอกเวฟต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดเพียงผู้เดียวเป็นระยะเวลานานถึง 4 เดือน จนกระทั่งตัดสินใจยื่นเรื่องขอไปปฏิบัติหน้าที่ราชการสนามเพื่อรับเบี้ยเลี้ยงเพิ่มเติมในการหารายได้ แต่ฝ่ายหญิงกลับแสดงท่าทีไม่เห็นด้วย ก่อนจะย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครโดยอ้างว่ามาทำงาน หลังจากนั้นเริ่มทำตัวห่างเหิน ลบรูปคู่ รูปงานหมั้น และบล็อกช่องทางการติดต่อ เมื่อสิบเอกเวฟสืบทราบว่าฝ่ายหญิงไปมีความสัมพันธ์กับชายอื่น จึงได้เดินทางไปพูดคุยกับครอบครัวฝ่ายหญิงเพื่อขอเงินหมั้นคืน แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงและปฏิเสธ พร้อมท้าทายว่าหากอยากได้คืนให้ไปฟ้องร้องเอาเอง
ทั้งนี้ ไฮไลต์สำคัญของรายการอยู่ที่วิธีการติดตามตัวฝ่ายหญิง โดยเพื่อนของผู้เสียหายและทีมงานได้นำเทคโนโลยีดาวเทียมเข้ามาช่วยในการตรวจสอบพิกัด ด้วยการนำหมายเลขโทรศัพท์เข้าสู่ระบบตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถประมวลผลและระบุตำแหน่งของฝ่ายหญิงออกมาเป็นภาพพิกัดบนดาวเทียมได้อย่างละเอียดและชัดเจน ทำเอา หนุ่ม กรรชัย พิธีกรชื่อดัง ถึงกับตะลึงในความล้ำสมัย พร้อมเอ่ยปากชมว่าเป็นการตามพิกัดที่ทันสมัยมาก อีกนิดก็แทบจะระบุบ้านเลขที่ได้แล้ว ก่อนจะหันไปหยอกล้อกับทนายแก้ว จนทนายแก้วต้องรีบออกตัวว่าไม่ต้องมองมาทางตนเอง
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ