เมื่อเวลา 02.36 น. วันที่ 12 ตุลาคม นายกษิดิศ การะเกตุ หรือ "นุ้งตี้" อินฟลูเอนเซอร์วัย 25 ปี ได้พา เด็กหญิงวัย 13 ปี เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.คเชนทร์ ภูถาดงา รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังรับตัวเด็กหญิงมาอยู่ในความดูแลเป็นการชั่วคราว เนื่องจากเด็กมีความขัดแย้งกับผู้เป็นแม่ และเกรงว่าอาจถูกแจ้งความในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว
นายกษิดิศ เปิดเผยถึงสาเหตุว่า แม่ของเด็กหญิงซึ่งทำงานอยู่ที่ร้านยำของพี่ชายตน ได้เกิดปากเสียงกับลูกสาวเรื่องไม่ช่วยทำงานบ้าน อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าเด็กต้องทำงานหาเงินจากการรับรีวิวสินค้า และนำรายได้ทั้งหมดมอบให้แม่ ส่วนแม่มีรายได้จากการทำงานเสิร์ฟวันละ 500 บาท แต่หากลูกไม่ช่วยทำงาน แม่ก็จะไม่ทำเช่นกัน จนเกิดการกระทบกระทั่งและต่อว่ากันอยู่เป็นประจำ
นอกจากนี้ เด็กหญิงยังมีอาการหวาดกลัวเนื่องจากเคยถูกลงโทษทางร่างกายมาก่อน และแม่มักมีอาการโวยวายขาดสติ จนเกรงว่าจะเกิดอันตราย เมื่อตนพยายามเข้าไปพูดคุยชี้แจงและถามว่ามีความอิจฉาลูกหรือไม่ ทำให้ผู้เป็นแม่เกิดความไม่พอใจ และเอ่ยปากว่าหากอยากดูแลก็ให้รับไป พร้อมเรียกร้องว่าต้องทำสัญญาและมอบเงินให้ 40 ล้านบาท แล้วจะไปไหนก็ไป ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ตนพยายามติดต่อแม่ของเด็กแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย

ด้านพี่ชายของเด็กหญิงได้ติดต่อมาสอบถามด้วยความเป็นห่วง หลังมีคลิปการปะทะอารมณ์เผยแพร่ออกไป พร้อมระบุว่าเข้าใจปัญหาภายในครอบครัวเป็นอย่างดี ขณะที่ประเด็นดรามาในโลกออนไลน์ที่มีกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์โพสต์วิพากษ์วิจารณ์ จนมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในเชิงลบเป็นจำนวนมากนั้น ทางด้านนุ้งตี้แสดงความกังวลว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของเด็กหญิงในระยะยาว
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ