เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกับตำรวจ สภ.พบพระ จ.ตาก จับกุม นายเอ (นามสมมติ) อายุ 30 ปี สัญชาติไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดแม่สอด ที่ 167/2569 ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ในคดีร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นและประกอบกิจการขนส่งรถโดยสารไม่ประจำทางโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังมีพยานหลักฐานเชื่อมโยงกับเหตุช่วยเหลือชาวจีน 3 คน ซึ่งถูกมัดมือและปิดตาระหว่างการเดินทางในพื้นที่ จ.ตาก

ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป. และ พ.ต.ท.เจษฎา แก้วจาเครือ, พ.ต.ท.เอนก บุญตา, พ.ต.ท.อรรถวิทย์ สุขทัศน์, พ.ต.ท.ชนะ ขำทอง และ พ.ต.ท.กิตติพงศ์ ศิลาพันธุ์ รอง ผกก.4 บก.ป. โดยชุดจับกุมนำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.นราวิชญ์ เปี้ยสุ สว.กก.4 บก.ป. พร้อมด้วย ร.ต.อ.สุภาคีนัย แตงตรง รอง สว.กก.4 บก.ป. และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. ร่วมกับตำรวจ สภ.พบพระ
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุม นายบี (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ขณะขับรถกระบะแค็บโตโยต้า รุ่นรีโว่ สีดำ ทะเบียนจังหวัดนครนายก ในระหว่างปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ได้ให้ความช่วยเหลือชายสัญชาติจีน 3 คน ได้แก่ Mr. Zhang อายุ 31 ปี, Mr. Zhang อายุ 27 ปี และ Mr. Lian อายุ 30 ปี ซึ่งถูกมัดมือและปิดตาอยู่ภายในรถ
จากการสอบสวน นายบี ให้ข้อมูลว่าได้รับงานจากบุคคลที่เรียกว่า นายซี (นามสมมติ) และนายดี (นามสมมติ) โดยก่อนถูกจับกุม นายดี เป็นผู้ขับรถนำขบวนในการขนย้ายชาวจีนกลุ่มดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนขยายผลจนทราบว่า นายดี คือ นายเอ จึงรวบรวมพยานหลักฐานยื่นขอศาลออกหมายจับ

ต่อมา เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมนายเอได้บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง หมู่ที่ 9 ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ จ.ตาก ตามหมายจับศาลจังหวัดแม่สอด ที่ 167/2569 ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ก่อนควบคุมตัวไปจัดทำบันทึกจับกุมและส่งพนักงานสอบสวน สภ.พบพระ ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยนายเอให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาในเบื้องต้น
จากการสอบถามผู้เสียหายชาวจีนทั้ง 3 คน ทราบว่า พวกเขาต้องการเดินทางมาหางานทำในประเทศไทย จึงค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตและพบผู้ที่อ้างว่าสามารถจัดหางานให้ได้ ก่อนตัดสินใจเดินทางโดยเครื่องบินเข้าประเทศไทยในช่วงวันที่ 5-6 กันยายน 2569
หลังเดินทางมาถึง ผู้จัดหางานแจ้งว่าจะพาไปยังสถานที่ทำงานใน จ.เชียงใหม่ และ จ.สุโขทัย โดยเริ่มออกเดินทางเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 และมีการจัดหารถยนต์เพื่อรับส่งผู้เสียหายแต่ละคน ซึ่งทั้ง 3 คนไม่ได้โดยสารรถคันเดียวกัน

เมื่อเดินทางมาถึงพื้นที่ จ.ตาก มีรถยนต์มารับช่วงต่อ ก่อนพาผู้เสียหายเดินทางเข้าไปในบริเวณป่าแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่ทราบตำแหน่งที่แน่ชัด จากนั้นพวกเขาถูกใช้เทปกาวสีน้ำตาลพันบริเวณศีรษะและใบหน้า มัดมือทั้งสองข้างด้วยเทปกาวชนิดเดียวกัน และใส่กุญแจมือ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าช่วยเหลือได้บริเวณชายแดนเมียนมา
จากแนวทางการสืบสวน เจ้าหน้าที่เชื่อว่ากลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องอาจใช้วิธีหลอกลวงชาวจีนด้วยการอ้างว่าสามารถจัดหางานในประเทศไทยให้ได้ เมื่อผู้เสียหายเดินทางเข้ามาถึงประเทศไทยและเข้าสู่พื้นที่ จ.ตาก จะถูกมัดมือและปิดตาเพื่อไม่ให้ทราบเส้นทาง ก่อนถูกพาตัวไปยังบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา
เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่าเครือข่ายดังกล่าวอาจมีพฤติการณ์หลอกลวงชาวจีนให้เดินทางเข้าประเทศไทย ก่อนนำตัวไปส่งต่อให้กับกลุ่มบุคคลในพื้นที่ชายแดน จ.ตาก อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับผู้ร่วมขบวนการและวัตถุประสงค์ในการนำตัวผู้เสียหายไปยังพื้นที่ดังกล่าวยังต้องรอการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม โดยคดีอยู่ในกระบวนการสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ