น่าเป็นห่วงมาก! เผยนาทีแม่ภัทร เผชิญหน้าเจ๊แมว ถึงกับหน้าเปลี่ยนสี
น่าเป็นห่วงมาก! เผยนาทีแม่ภัทร เผชิญหน้าเจ๊แมว ถึงกับหน้าเปลี่ยนสี
ข่าวสังคม - โซเชียล

น่าเป็นห่วงมาก! เผยนาทีแม่ภัทร เผชิญหน้าเจ๊แมว ถึงกับหน้าเปลี่ยนสี

ฟังข่าวนี้

วันที่ 9 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวแม่ภัทร ผู้เสียหายจากเหตุการณ์ภายในสถานดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ลงพื้นที่ชี้จุดเกิดเหตุภายในสถานที่ดังกล่าว เพื่อประกอบการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเฉพาะบริเวณห้องที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นห้องขังลับ หรือห้องบอลรูม ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 4

เมื่อเดินทางมาถึงจุดเกิดเหตุ แม่ภัทรถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ก่อนร้องไห้อย่างหนักจนทรุดลงกับพื้น ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรีบเข้าช่วยประคอง โดยแม่ภัทรเปิดเผยว่า แม้ก่อนหน้านี้จะคิดว่าตัวเองเข้มแข็งขึ้นแล้ว แต่เมื่อได้กลับมาเห็นสถานที่จริง ความทรงจำอันเลวร้ายก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง

จากนั้นแม่ภัทรได้พาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและชี้จุดภายในห้องที่อ้างว่าเคยถูกนำตัวมาคุมขัง พร้อมเล่าว่า ครั้งหนึ่งเคยถูกขังในช่วงที่มีอาการปวดท้องอย่างหนักจนถึงขั้นเป็นลม นอกจากนี้ ยังกล่าวอ้างว่าห้องดังกล่าวเคยถูกใช้เป็นสถานที่ซ่อนผู้ป่วยในช่วงที่มีหน่วยงานภายนอกเข้าตรวจสอบ เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ อีกทั้งยังระบุว่าภายในบริเวณดังกล่าวมีสัญลักษณ์ที่ตนเคยทำทิ้งไว้ รวมถึงเคาน์เตอร์เดิมที่ยังคงอยู่

แม่ภัทรยังกล่าวด้วยว่า รู้สึกดีใจที่ผู้ป่วยรายอื่นได้รับความช่วยเหลือ พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เตรียมดำเนินการตรวจสอบสถานดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุทั่วประเทศ และขอให้สื่อมวลชนช่วยติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างต่อเนื่อง โดยยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน แม้แต่คนในครอบครัวหรือลูกของตัวเองก็จะไม่ละเว้น

ขณะเดียวกัน อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจระหว่างการลงพื้นที่ คือกรณีที่แม่ภัทรกล่าวอ้างว่า เจ๊แมวเดินเข้ามาพูดในลักษณะข่มขู่ให้ตนพูดความจริง จนทำให้เกิดอาการหวาดกลัวอย่างรุนแรง หัวใจเต้นเร็วและหน้าซีด เนื่องจากยังมีความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เจ้าตัวอ้างว่าเคยถูกเจ๊แมวทำร้ายร่างกาย รวมถึงถูกปล่อยให้อดอาหารมาก่อน สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้ามาช่วยนำเจ๊แมวออกจากบริเวณนั้น

ส่วนทางด้านน้องเจแปน ลูกชายของเจ๊แมว ได้ยกมือไหว้ขอโทษแม่ภัทรและสังคม พร้อมขอให้ทุกคนเคารพความรู้สึกและบาดแผลทางใจของผู้เสียหาย

อย่างไรก็ตาม แม่ภัทรยืนยันว่า ในฐานะส่วนตัวสามารถให้อภัยได้ แต่สำหรับเรื่องคดีความจะไม่ยอมความ และพร้อมเดินหน้าดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด

ทั้งนี้ ข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับการกักขัง การทำร้ายร่างกาย และพฤติการณ์ของผู้เกี่ยวข้อง ยังต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงและผลการดำเนินคดีจากเจ้าหน้าที่ต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ